MBA Manchester ประสบการณ์เรียน 18 เดือน ทำไมเลือกแบบนี้?

สวัสดีค่า วันนี้ขอเอาเรื่องเก่าๆ มาเขียนบันทึกเป็นความทรงจำเสียหน่อย กลัวเวลาผ่านไปจะลืมแน่นอน ยาวหน่อย แต่หวังว่าจะมีบางเรื่องจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่สนใจเรียนต่อ MBA Manchester 🧐

เกริ่นก่อนนะ: เราชื่อพีเค ไปเรียนรุ่น AMBS2023 แบบ 18 เดือน และวัตถุประสงค์การไปของเรา คือ ไปเรียนรู้หาประสบการณ์และกลับมาทำงานที่ไทยในบริษัทเดิมค่ะ เราเลยมีเป้าหมายแตกต่างจากเพื่อนๆ ในรุ่นที่ไปเรียนเพื่อเปลี่ยนสายงานหรือ Relocation ทำให้มุมมองและการตัดสินใจเรื่องการเรียน การใช้ชีวิต และการฝึกงานจึงแตกต่างไป เช่น เราไม่ได้เลือกฝึกงาน แต่เป็นเลือกเรียนวิชาเสริมไป ดังนั้น ขอออกตัวก่อนว่าหากเพื่อนๆ คนไหนมีคำถามด้านการฝึกงาน หางานที่อังกฤษอาจต้องถามศิษย์เก่าคนอื่นๆ แทนค่ะ 😣

🧐เราสมัครเอง หรือ ผ่านเอเจ้น?

เราสมัครผ่านทาง Hands On นะคะ ซึ่งเป็น Education Consultants ทำให้การสมัครเรียน ประสานงาน และหาที่พักสะดวกมากๆ ค่ะ ลองไปสอบถามข้อมูลเรียนต่อได้ค่ะ www.hands-on.co.th หรือ Line OA: @handson 👍

🎓 ทำไมเลือก Manchester?

เมื่อพูดถึงหลักสูตร MBA ที่ Alliance Manchester Business School (AMBS) ซึ่งเคลมว่ามีวิธีการสอนแบบ The Manchester Method ที่เราก็ยังจำได้ดีว่าวิชาหลักของที่นี่ไม่ได้แค่ทฤษฎี แต่เน้นทำ Consultancy Projects กับบริษัทจริง! ประมาณว่าเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจในด้านต่างๆ ตามโจทย์ของบริษัทลูกค้า

สำหรับเราที่ทำงานสาย Education มาโดยตลอด มีแตะๆ งานพวก Strategy / Marketing ของฝ่ายงานนิดหน่อยเท่านั้น เลยจะประทับใจกับตัวหลักสูตรพอสมควร เพราะตรงกับวัตถุประสงค์ที่มาเรียนรู้และหาประสบการณ์ค่ะ มันตรงยังไงนั้นเดี๋ยวมาตามอ่านซีรีส์กัน!

📚 3 Pathways ที่ต้องเลือก!

ขอเกริ่นเกี่ยวกับ MBA Full-time ตอนเราไปเรียนเมื่อปี 2021 จะมี 3 Pathways ถ้าเพื่อนๆ ดูจากภาพประกอบด้านบน จะเห็นความแตกต่างหลักๆ ดังนี้

18 เดือน (เราเลือกแบบนี้):

👉 เรียนวิชาหลัก 6 Modules

👉 3 Consultancy Projects แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ คือ

1️⃣ Not-for-Profit

2️⃣Commercial Business

3️⃣ International Business

👉 เลือกได้ระหว่าง Internship / เรียนวิชาเสริม (Electives) 4 วิชา / Study Tour 2 ที่ (ผสมกันยังไงก็ได้ให้ครบหน่วยกิตที่มหาลัยกำหนด)

15 เดือน:

👉เหมือน 18 เดือน แต่เอาวิชาเสริมมาแทรกเรียนระหว่างทาง

👉จบเดือนธันวา ไม่ต้องต่อสัญญาที่พัก

12 เดือน (ปัจจุบันน่าจะไม่มีแล้ว):

👉 เรียนหนักสุด!

👉 ทำแค่ 2 Consultancy Projects + โปรเจคจบส่วนตัว

คนที่เรียน 12 เดือน เท่าที่เราถามๆ มา จะรีบเรียนจบและหางาน จะได้ไม่ต้องเสียค่ากินอยู่เพิ่ม เอาเวลาไปหารายได้ดีกว่า 😎

ส่วนคนที่เรียน 15 เดือน คือ จะมองว่าเรียนไหว และ 18 เดือนมันอาจจะยาวไปเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแบบ 15 เดือนมันเรียนจบช่วงเดือนธันวาไรงี้ ก็จะไม่ต้องต่อสัญญาที่พัก แต่ก็ต้องรีบหางานก่อนจบด้วยเผื่อจะได้ย้ายที่อยู่เลย🙂‍↕️

คนที่เรียน 18 เดือนก็จะใช้เวลาการเป็นนักศึกษาเต็มที่ เรียนชิลๆ และมีเวลาสร้าง connection มีเวลาหางานยาวหน่อย โดยเสียค่ากินอยู่เพิ่มนั่นเอง แต่บางคนได้งานก่อนจบ หรือบางคนทำงาน Part-time ก่อนจบ ก็จะมีรายได้เข้ามาระหว่างทางด้วย 🤑

💭 ทำไมเลือก 18 เดือน?

ตรงๆ นะ เพิ่งไปเรียนต่างประเทศครั้งแรก อยากเรียนชิลๆ ไม่อยากกดดันตัวเอง แน่นอนว่าสุดท้ายก็เครียดอยู่ดี แต่เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการเรียนป.โท 😅

🤔 สิ่งที่ได้เรียนรู้

การทำ Consultancy Projects กับบริษัทจริงๆ มันทำให้เราได้:

✅ประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษา

✅เข้าใจธุรกิจในมุมใหม่ๆ

✅ลองทำงานในด้านที่ไม่เคยทำ

ตัวอย่างงานที่ได้ทำ : go-to-market strategy กับ feasibility study

ปล. นี่เป็นแค่การแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อนๆ สามารถอัปเดตข้อมูลล่าสุดในเว็บไซต์ MBA Manchester

มีใครสนใจเรื่องเล่าชีวิต 18 เดือนที่ Manchester บ้างมั้ย? เดี๋ยวมาเล่าต่อในโพสต์หน้าว่าเจออะไรบ้าง เรียนยังไง รู้สึกยังไง กด 💗 + Follow ติดตามโพสต่อๆ ไปได้นะ 🙏

✨ มีคำถามอะไรคอมเมนต์ได้เลยนะ อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มบอกมาได้!

#MBA #Manchester #เรียนต่อต่างประเทศ #พัฒนาตัวเอง #เทอมนี้เอาอยู่

2025/8/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่ทักมาถามเรื่อง “Elective Marketing (limited)” เราเข้าใจเลย เพราะตอนเป็นนักศึกษา MBA Manchester ช่วงเลือกวิชาเสริม (Electives) นี่เป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจเร็วมาก และบางวิชาก็ที่นั่งจำกัดจริงๆ (limited) โดยเฉพาะวิชาสาย Marketing/Strategy ที่คนแย่งกันเยอะ จากมุมคนที่เลือกเส้นทาง 18 เดือน (เพราะอยากเรียนแบบไม่กดดันเกินไป และอยากเก็บประสบการณ์ให้แน่น) เราคิดว่าการวางแผน Electives ให้ดีจะช่วย “คุมภาระงาน + ได้สกิลตรงกับเป้าหมาย” มากๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เน้น internship แบบเรา สิ่งที่เราใช้คิดก่อนลง Electives (โดยเฉพาะ Marketing) 1) เริ่มจากเป้าหมายหลังเรียนจบ: ถ้าตั้งใจกลับไทยหรือกลับไปบริษัทเดิม ให้เลือกวิชาที่ต่อยอดงานเดิมได้เลย เช่น brand, customer insight, go-to-market strategy, digital marketing analytics (แนวนี้ช่วยเอาไปใช้จริงได้เร็ว) 2) ดูความเชื่อมกับ Consultancy Projects: หลักสูตรมีงานที่ต้องทำกับบริษัทจริงอยู่แล้ว (ทั้ง Not-for-Profit/Commercial/International Business) ถ้าเราเลือก Electives ให้ “ช่วยงานโปรเจกต์” จะลดเวลาหาข้อมูลซ้ำ เช่น ถ้ากลุ่มจะทำ feasibility study หรือ go-to-market strategy วิชา marketing strategy / market research จะคุ้มมาก 3) เช็ก workload และรูปแบบการประเมิน: บาง elective หนักที่ group work + presentation ถ้าเทอมนั้นเรามีโปรเจกต์ที่ปรึกษาอยู่แล้ว อาจบาลานซ์ด้วยวิชาที่เป็น individual assignment หรือ exam (แล้วแต่สไตล์ที่เราถนัด) แล้ว “limited” ต้องทำยังไงให้มีโอกาสได้วิชา? - เตรียมตัวก่อนวันลงทะเบียน: ทำ shortlist ไว้ 3 ระดับ (อยากได้ที่สุด/ตัวสำรอง/สำรองเผื่อเต็ม) เพราะบางทีตัดสินใจหน้างานไม่ทัน - จับตารางให้ยืดหยุ่น: วิชายอดฮิตมักชนกัน ถ้าเราล็อกตารางแน่นเกินไปจะเสียโอกาส - เลือกวิชาที่ “ชื่อใกล้กันแต่เนื้อหาต่าง” ไว้สำรอง: บางคนอยากได้ Marketing Strategy แต่เต็มเร็ว อาจมองวิชาแนว Consumer Behaviour/Brand/CRM หรือ Analytics ที่ยังได้ทักษะ marketing เหมือนกัน ทริคส่วนตัวของเรา: เลือก Electives ให้ “เป็นเครื่องมือ” ไม่ใช่แค่ “วิชาที่ชอบ” เราเคยคิดแค่ว่าอยากเรียนอะไรสนุกๆ แต่พอเจอเดดไลน์พร้อมกันหลายตัว จะเริ่มเห็นเลยว่าควรเลือกวิชาที่ช่วยให้เราทำโปรเจกต์/งานจริงได้ดีขึ้น เช่น การวิเคราะห์ตลาด การสรุปอินไซต์ลูกค้า การทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ ซึ่งสุดท้ายเอาไปเล่าในสัมภาษณ์งานหรือเอากลับไปใช้ที่บริษัทได้ทันที ถ้าใครกำลังเล็ง MBA Manchester แล้วสนใจสาย Marketing เป็นพิเศษ แนะนำให้วางแผนเรื่อง Electives ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม และเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ เพราะคำว่า “limited” ในชีวิตจริงคือเต็มไวมากจริงๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ JellyBeans
JellyBeans

เพื่อนทีี่มาเรียนหลักสูตรนี้มีประเทศไหนบ้างคะ ได้ยินว่าหลักสตรนี้ค่าเทอมหลักล้าน ใช่มั้ยคะ 😂

ดูเพิ่มเติม(2)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

แชร์ประสบการณ์ 🎓 เรียนจบแล้วทำไมยังไม่รีบหางาน???📚✨
หลายคนถามว่า ทำไมยังไม่รีบหางานประจำ จริง ๆ ช่วงนี้กำลังให้เวลากับตัวเองอยู่ ทั้งพักผ่อน พัฒนาตัวเอง และก็ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ค่อยหาว่าอะไรที่เหมาะกับเราจริง ๆ ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ขอให้ทุกวันนี้ดีกว่าเมื่อวานก็พอ 🤍 เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆที่กำลังท้อกับการหางานด้วยนะคะ 🙏✨ #เ
มิ้วคาสะ

มิ้วคาสะ

ถูกใจ 46 ครั้ง

ภาพจดหมายแจ้งผลการสมัครทุน Stipendium Hungaricum ที่ระบุว่าได้รับการตอบรับแบบมีเงื่อนไขจากสถาบันอุดมศึกษาฮังการี พร้อมข้อความให้ตอบรับทุนภายใน 1 สัปดาห์ มีข้อความเขียนด้วยมือว่า 'ทุนรัฐบาลฮังการี REVIEW' กำกับอยู่
รีวิวประสบการณ์สมัครทุนรัฐบาลฮังการี ฉบับ 2024🇭🇺
Sziasztok! สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ ขอเกริ่นก่อนว่าเราได้รับทุนรัฐบาลฮังการี หรือ ทุน Stipendium Hungaricum Scholarship ในปีการศึกษา 2024/2025 เราเลยอยากมาแบ่งปันประสบการณ์คร่าวๆสำหรับคนที่สนใจเรียนต่อต่างประเทศค่ะ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดทุน, เอกสารที่ต้องใช้, Timeline ของทุน ได้ที่เว็บ
MJ

MJ

ถูกใจ 42 ครั้ง

ประสบการณ์ทำเสน่ห์
มาเล่าประสบการณ์ทำเสน่ห์ค่ะ ประสบการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างยาวนะคะ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา เสียความรู้สึก เสียสุขภาพด้วยค่ะ *** แต่ถ้าเป็นวิทยาทานให้ใครหลายคนได้ เราก็จะมาตีแผ่วงการนี้ เราเคยมีปัญหาเรื่องความรักค่ะ กับผู้ชายคนนึง คนนี้เป็นรักแรกของเราค่ะ รักแรกตั้งแต่อายุ 15 คบกันมาจนเรียนจบทำงานร่
𝓕𝓮𝓻𝓷 🌸

𝓕𝓮𝓻𝓷 🌸

ถูกใจ 145 ครั้ง

จดหมายตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไขจาก Lancaster University สำหรับหลักสูตร MSc Marketing พร้อมข้อความระบุว่าได้รับ offer และทุนจากทุกมหาวิทยาลัยที่สมัคร สูงสุดถึง 13,300 ปอนด์
อีเมลยืนยันการได้รับทุนการศึกษา Lancaster Global Scholarship และ Management School Master's Scholarship รวมมูลค่า 13,300 ปอนด์ จาก Lancaster University
จดหมายตอบรับแบบไม่มีเงื่อนไขจาก University of Southampton สำหรับหลักสูตร MSc Digital Marketing พร้อมทุน FSS-Southampton Business School Deans International Scholarship มูลค่า 9,000 ปอนด์
แชร์ประสบการณ์สมัครเรียนต่อ ป.โท ที่ UK 🇬🇧
เกริ่นก่อนว่าเราตั้งเป้าจะไปเรียนป.โทที่ต่างประเทศตั้งแต่อยู่ม.ปลาย พอจบป.ตรีมา ทำงานมา4ปี ก็เริ่มรู้สึกอยากไปเรียนต่อละ คิดว่าถ้าไม่ไปตอนนี้ ก็น่าจะขี้เกียจไปแล้ว 😂 ตอนแรกเราลองหาข้อมูลเองก่อน แต่รู้สึกมันเยอะไปหมด พอไปติดตามเพจ agent ต่างๆถึงรู้ว่าเขาจะมีจัดงาน event ที่เชิญเจ้าหน้าที่จากมหาลั
Papololyy

Papololyy

ถูกใจ 55 ครั้ง

ภาพอาคารเก่าแก่สัญลักษณ์ของเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ พร้อมโลโก้สโมสรฟุตบอล และข้อความโปรแกรมเรียนภาษาที่อังกฤษ ราคาเริ่มต้น 155,000 บาท สำหรับ Work and Study Program 2026 โดย NCG และ XPERT
ภาพโลโก้ NCG (New College Group) และภาพนักเรียน/บุคลากร พร้อมอาคารเรียน แสดงถึงสถาบันสอนภาษาอังกฤษ NCG ที่มีคุณภาพสูงและบรรยากาศเป็นกันเอง
ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียนและกิจกรรมการเรียนการสอนของ NCG ที่นักเรียนกำลังเรียนภาษาอังกฤษทั่วไปและคอร์สเสริมทักษะต่างๆ เช่น IELTS และการสื่อสาร
เรียนภาษา 6 เดือน ที่ Manchester
กับ NCG
พูดได้จริง ใช้ได้จริง งบไม่แรง เมืองน่าอยู่ ฟีลดี เที่ยวสนุก มีโปรพิเศษ ทักเลย! #เรียนภาษาอังกฤษ #Manchester #เรียนต่อต่างประเทศ #โพสต์รับซัมเมอร์
XPERT Education

XPERT Education

ถูกใจ 1 ครั้ง

หญิงสาวสวมหน้ากากอนามัย แว่นตา ถุงมือสีฟ้า และผ้ากันเปื้อนสีแดง ถ่ายเซลฟี่ในกระจก มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือทำท่าชูสองนิ้ว มีข้อความว่า “แชร์ประสบการณ์ ทำงานพาร์ทไทม์” บนภาพ
แชร์ประสบการณ์ ฉบับคนเรียนไปทำงานไป✨
"สวัสดีค่ะทุกคน! 👋 วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ที่ Lopia Japan ผ่านแอป Daywork บอกเลยว่าเปิดโลกมาก! 🤩 ✨ ทำไมถึงเลือกงานนี้? : เพราะชอบสไตล์ร้านญี่ปุ่นอยู่แล้ว 🇯🇵 และงานใน Lopia มีให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายผลิตอาหาร 🍣 หรือจัดสต็อก 💵 ค่าตอบแทนที่ได้รับ: • ค่าแรงวันละ 560 บา
Viewwwww

Viewwwww

ถูกใจ 24 ครั้ง

รีวิวประสบการณ์ บินไปเรียนต่อขนตาจีน🇨🇳 กับ 3 สถาบันชื่อดังของจีน
Master Mintchy 🇨🇳 จบตรงจาก 3 สถาบันดังในประเทศจีน มีเปิดคลาสสอน อัปสกิลแบบเน้นคุณภาพ + ทำได้จริง เรียนแบบจับมือทำ แก้ทุกจุดพลาดแบบตัวต่อตัว 💖 ต่อได้จริง งานตรงปก ไม่จกตา 💖 เรียนจบ รับลูกค้าได้ทันที 💖 เข้าใจแมพ เข้าใจทรง ไม่ต้องเดา 💖 มีกลุ่มออนไลน์อัปเดตเทรนด์ตลอด สายจีนตัวจริง ห้ามพล
Master Mintchy ✨

Master Mintchy ✨

ถูกใจ 2 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม