4 เรือพระที่นั่งสำคัญ
ในขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค
.
"เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์"
สร้างขึ้นใหม่ในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อพุทธศักราช 2454 โดยตั้งชื่อตามเรือพระที่นั่งโบราณในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โขนเรือเป็นรูปหัวหงส์ลงรักปิดทอง ท้องเรือทาสีดำ ผนังภายในทาสีแดง กลางลำเรือมีพระแท่นบัลลังก์สำหรับพระมหากษัตริย์ เรือมีความยาว 44.90 เมตร และใช้กำลังพล 50 นายในการพาย
.
"เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9"
สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2539 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกของรัชกาลที่ 9 โดยกองทัพเรือและกรมศิลปากร โขนเรือเป็นรูปพระนารายณ์ 4 กร ทรงศาสตราวุธประทับบนพญาครุฑยุดนาค เรือมีความยาว 44.30 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน ใช้ฝีพาย 50 นาย และถูกใช้ครั้งแรกในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในปี 2539
.
"เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช"
เป็นเรือพระที่นั่งกิ่งลำดับสูงสุด สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 มีอายุ 95 ปี โขนเรือเป็นรูปพญานาค 7 เศียร ทาสีเขียวด้านนอกและสีแดงด้านใน กลางลำเรือมีบุษบกสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปหรือเชิญผ้าพระกฐิน ใช้กำลังพลฝีพาย 54 นาย เรือพระที่นั่งลำนี้เคยใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 7
.
เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
เป็นเรือพระที่นั่งรอง สร้าง ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 5 มีอายุ 102 ปี โขนเรือจำหลักเป็นรูปพญานาคหลายเศียรเรียกว่า "นาคเกี้ยว" พื้นท้องเรือทาสีชมพู ผนังด้านในสีแดง มีขนาดยาว 45.40 เมตร ใช้ฝีพาย 61 นาย เรือพระที่นั่งลำนี้เคยใช้ในพระราชพิธีสำคัญหลายรัชกาล เช่น รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7
.
ขอบคุณภาพ/ข้อมูลจากหลากหลายสื่อ
.
#เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
#เรือพระที่นั่ง #เรือพระราชพิธี
#ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค
#เรารักประเทศไทย#พระราชพิธีมหามงคลเฉลิ มพระชนมพรรษา๖รอบ
#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน #เรือ #เรือพระราชพิธี #เรือสุพรรณหงส์ #ในหลวง #ในหลวงรัชกาลที่10 #พระราชินีสุทิดา #ขบวนเรือ #ประวัติเรือพระราชพิธี #วัดอรุณ #วัดอรุณราชวราราม #สืบข่าวเล่าเรื่อง #suebtember #ข่าว #ข่าวสด #ข่าวด่วน #ข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #news #กระแสวันนี้ #เทรนวันนี้ #กระแสสังคม #fyp
นอกจากข้อมูลเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำที่ได้กล่าวถึงแล้ว เรือพระราชพิธีเหล่านี้ยังสะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะและวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง เรือพระที่นั่งแต่ละลำมีรูปลักษณ์และรายละเอียดประณีตที่แตกต่างกัน เช่น โขนเรือรูปพญานาคหรือพระนารายณ์ซึ่งมีความหมายในศาสนาและตำนานไทย ในส่วนของ "กาพย์เห่เรือ" นับเป็นบทประพันธ์โบราณที่นิยมนำมาใช้ขับกล่อมในงานพระราชพิธี และมักเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนขบวนเรือพระที่นั่ง ช่วยสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และความงดงามในการแสดงถึงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ สำหรับผู้ที่สนใจเรือไทย สามารถตั้งใจศึกษาด้านศิลปะเรือและการใช้งานในแต่ละยุคสมัยได้ โดยเรือเหล่านี้นอกจากความงดงามด้านศิลป์แล้วยังทำหน้าที่สื่อความหมายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติอย่างชัดเจน หากมีโอกาสได้ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคด้วยตนเอง จะสัมผัสได้ถึงความสง่างามและความภาคภูมิใจที่คนไทยมีต่อเรือพระราชพิธีในประวัติศาสตร์ชาติ พร้อมทั้งสอบถามวิถีชีวิตและความรู้เกี่ยวกับเรือในชุมชนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์และดูแลรักษาเรือพระที่นั่งเหล่านี้อย่างใจรักและภักดี