เปิดหลักเกณฑ์ "คนละครึ่ง"
แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
เริ่มต้นเดือนตุลาคมนี้
.
1.ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน รัฐบาลจะเติมเงินให้อีก 1,700 บาท ซึ่งจากเดิมให้อยู่แล้ว 300 บาท แต่เติมเพิ่มอีก 1,700 บาท รวมจะได้เงินทั้งหมด 2,000 บาท ทั้งนี้ จะเติมให้ครั้งเดียวเท่านั้น ใช้ได้ 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค.2568
.
2.ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50 จะได้เงินคนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค.2568
.
3.ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50 จะได้เงินคนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค.2568
.
ข้อมูล: โต้ง สิริพงศ์ FC
.
#โครงการคนละครึ่ง #คนละครึ่ง #โครงการรัฐ #คนละครึ่งพลัส #รัฐบาล
สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" ที่เปิดหลักเกณฑ์และแบ่งกลุ่มผู้มีสิทธิ์อย่างชัดเจนในปี 2568 นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาลในช่วงเศรษฐกิจที่ยังฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง การแบ่งกลุ่มที่ชัดเจนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี และกลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ถือว่าเป็นสูตรสำเร็จที่จะทำให้คนไทยได้รับสิทธิอย่างเหมาะสมและยุติธรรม โดยผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 13 ล้านคน จะได้รับเติมเงินเพิ่มเติม 1,700 บาท โดยครั้งนี้จะเติมเพิ่มจากยอดเดิมที่เคยได้รับ 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาท สามารถใช้ได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน คือเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเฉพาะครั้งเดียวที่ตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินอย่างตรงจุด ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน จะได้รับสิทธิในรูปแบบคนละครึ่งจ่ายเอง 50:50 โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้คนละ 2,000 บาท โดยมีเงื่อนไขจ่ายใช้จ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท และสามารถใช้สิทธิได้ 2 เดือนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีแต่มีความต้องการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับกลุ่มที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน จะได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นเล็กน้อย คือเงินคนละครึ่ง 2,400 บาท โดยมีเงื่อนไขการใช้จ่ายเหมือนกับกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี คือจ่ายวันละไม่เกิน 200 บาท และใช้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 เช่นกัน สิ่งที่สำคัญคือ ผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และเข้าใจวิธีใช้สิทธิอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายด้วยระบบคนละครึ่ง ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการจับจ่ายในเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี กลยุทธ์นี้ยังช่วยผลักดันให้ประชาชนได้ใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการซึ่งสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและกลางอีกด้วย นอกจากนี้ การวางหลักเกณฑ์ช่วงเวลาการใช้สิทธิระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ซึ่งปกติจะมีการใช้จ่ายสูง โดยผู้รับสิทธิ์ควรวางแผนการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ การซื้อสินค้าจำเป็นหรือตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวัน สุดท้ายนี้ การร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในการใช้โครงการคนละครึ่งนี้ จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นและเกิดความยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต

