แถลงการณ์สำนักพระราชวัง
เรื่อง สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗
.
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7
.
ตามที่สำนักพระราชวังได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 และทรงมีพระอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อมาเป็นระยะ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น
คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน พุทธศักราช 2569 คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ทำให้พระอาการไม่คงที่ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ
แม้ว่าคณะแพทย์ถวายเครื่องช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) อย่างต่อเนื่อง ถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนาน รวมทั้งพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต และพระโอสถควบคุมจังหวะการเต้นของพระหทัยเพิ่มเติมแล้ว พระอาการยังทรุดลง บ่งว่ามีการติดเชื้ อที่รุนแรงและยังควบคุมไม่ได้ ส่งผลรบกวนการทำงานของพระอวัยวะสำคัญหลายระบบ คณะแพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
.
#พระองค์ภา #ทรงพระเจริญ #แถลงการณ์สำนักพระราชวัง #แถลงการณ์ฉบับที่7 #เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
จากแถลงการณ์ฉบับที่ 7 ของสำนักพระราชวังเกี่ยวกับอาการประชวรของสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งระบุว่าพระองค์ทรงประสบกับภาวะติดเชื้อและอาการแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อระบบของพระอวัยวะหลายส่วน เช่น ปอด ไต และระบบไหลเวียนของโลหิต การดูแลรักษาที่เข้มข้นจากคณะแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อาการติดเชื้อในพระนาภีที่วินิจฉัยได้ในช่วงเดือนเมษายน 2569 นั้นทำให้พระอาการทรุดลงต่อเนื่อง ถึงแม้จะได้รับเครื่องช่วยการทำงานของอวัยวะสำคัญ รวมถึงการให้ยาอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อรุนแรงในโรงพยาบาล การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและการปรับเปลี่ยนแผนการรักษาตามสภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งจำเป็นมาก นอกจากนี้การติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของลำไส้ใหญ่หรือพระอันตะ อาจส่งผลกระทบรุนแรงและซับซ้อน ซึ่งแพทย์ต้องเฝ้าระวังและตอบสนองอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา ความละเอียดอ่อนในการให้ยา เช่น ยาปฏิชีวนะและยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ จำเป็นต้องสอดคล้องกับสภาพของพระอาการ เพื่อรักษาสมดุลยภาพของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้ได้มากที่สุด แม้ว่าอาการของพระองค์ยังคงทรุดลงแต่การรักษาที่ต่อเนื่องและการดูแลอย่างเต็มที่จากทีมแพทย์ยังคงดำเนินไปโดยไม่หยุดยั้ง เรื่องราวนี้ทำให้เห็นถึงความลำบากและความพยายามในการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนระดับสูง รวมถึงความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาอาการให้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นฟูและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

