“เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือฝนหนักเชิงรุก ย้ำ “ต้องเร็วกว่าภัย” กำชับจังหวัดเสี่ยงเฝ้าระวัง-ช่วยประชาชน 24 ชั่วโมง

.

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและภัยพิบัติช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 โดยย้ำหลัก “การรับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย” เพื่อให้การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

พร้อมกำชับจังหวัดเสี่ยงเร่งแจ้งเตือนประชาชน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมอพยพสิ่งของขึ้นที่สูง และจัดเตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ

ล่าสุด ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขนย้ายสิ่งของ และระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

.

#เจเศรษฐ์ไทยเศรษฐ์ #มหาดไทย #น้ําท่วม #ฝนตก #ข่าวtiktok

7/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่ได้ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด ผมขอแชร์ประสบการณ์และข้อคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับการเตรียมตัวและรับมือกับภัยธรรมชาติเหล่านี้ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ช่วงเวลาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมกับเครือข่ายทุกภาคส่วนได้เร่งเฝ้าระวังสถานการณ์ ผมได้เห็นความสำคัญของการมีแผนป้องกันและเตรียมพร้อมทั้งในระดับจังหวัดและชุมชนอย่างแท้จริง การแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ชาวบ้านมีเวลาขนย้ายทรัพย์สินหรืออพยพไปยังที่ปลอดภัยได้ทันเวลา ตามคำสั่งของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ย้ำให้ "รับมือภัยเร็วกว่าเกิดภัย" ผมเห็นว่าการจัดเตรียมกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นและควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันทีไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใด ๆ ผมเองได้มีโอกาสสังเกตการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา ที่มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการขนย้ายสิ่งของและเก็บกวาดน้ำท่วมขัง ซึ่งช่วยทำให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วขึ้นและยังไม่มีรายงานบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากนี้ การดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็ก ยังเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายไม่ควรมองข้าม การจัดทีมงานเฉพาะสำหรับกลุ่มเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความราบรื่นในการอพยพและช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ และการเตรียมพร้อมด้วยการจัดเก็บอาหาร น้ำดื่ม และชุดช่วยชีวิตไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่ทุกครัวเรือนควรปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในช่วงฤดูฝนที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในแต่ละปี