มท.3 เปิดปฏิบัติการ "ทลายบัตร 10 ปีเถื่อน" ค้น 25 จุด รวบผู้ต้องหา 17 ราย
.
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงผลปฏิบัติการ "ทลายบัตร 10 ปี เถื่อน" ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังสนธิกำลัง กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และตำรวจภูธรภาค 6 เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 จุด ปราบปรามเครือข่ายทุจริตการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรทะเบียนเลข 0) ให้กับบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 17 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย เจ้าบ้านหรือผู้รับรอง 2 ราย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่สวมสิทธิ์อีก 12 ราย สืบเนื่องจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบ DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครองได้รับแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนร่วมกับนายหน้า ลักลอบออกบัตรทะเบียนเลข 0 ให้ชาวเมียนมาโดยมิชอบ เมื่อตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าบุคคลต่างด้าวทั้ง 12 ราย มีหนังสือเดินทางเมียนมาอยู่แล้ว ส่งผลให้มีตัวตน 2 สถานะ คือ ผู้ถือบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนของไทย และผู้ถือหนังสือเดินทางเมียนมา ซึ่งเป็นผลกระทบต่อระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทุจริต ในสำนักทะเบียนอำเภอแม่สอด ลักษณะเป็นขบวนการนำแรงงานต่างด้าวมาดำเนินการออกบัตร “ทะเบียนเลข 0” หรือที่เรียกว่า "ฟอกแรงงาน" โดยพบว่ามีการออกบัตรโดยมิชอบแล้วกว่า 700 ใบ โดยเรียกรับค่าดำเนินการรายละประมาณ 40,000-100,000 บาท ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันจะเดินหน้าขยายผลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย พร้อมเน้นย้ำว่าชาวต่างชาติที่ประสงค์จะพำนัก ทำงาน หรือขอสัญชาติไทย สามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารหรือกระบวนการทุจริต พร้อมเดินหน้าปกป้องระบบทะเบียนราษฎรและรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างเข้มงวด
.
จากประสบการณ์และการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการทุจริตบัตรทะเบียนเลข 0 หรือที่บางคนเรียกว่า "บัตร 10 ปีเถื่อน" พบว่าปัญหานี้มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งการจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างมาก ผมได้พูดคุยกับหลายคนในพื้นที่แม่สอด จ.ตาก ที่ได้รับผลกระทบจากการออกบัตรปลอมเหล่านี้ พวกเขาบอกว่าปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเอกสารเท่านั้น แต่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม เพราะแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องแข่งขันกับแรงงานที่ได้บัตรโดยมิชอบซึ่งมีความได้เปรียบในบางด้าน เช่น การเข้าถึงสวัสดิการหรือการใช้บริการต่างๆ กระบวนการทลายเครือข่ายโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหานี้ การจัดการอย่างเข้มงวดรวมถึงการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและการประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นการยืนยันว่าระบบทะเบียนราษฎรจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยกลุ่มคนที่ไม่หวังดี อย่างไรก็ตาม การสร้างความเข้าใจและการให้ความรู้แก่ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยเกี่ยวกับช่องทางการขอพำนักและทำงานที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใดต้องตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายทุจริตอีกต่อไป ในมุมมองส่วนตัว ผมเห็นว่าการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทะเบียนราษฎรและการป้องกันการทุจริตจะช่วยประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน และสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐในการบริหารจัดการอย่างโปร่งใส โปรดระลึกว่า ทุกคนที่ต้องการอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ควรยึดมั่นและดำเนินการตามช่องทางที่เปิดเผยและถูกต้องเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นธรรม