แผ่นรองฉี่ของน้อนนน🐶
หลายคนเสิร์ชคำว่า “แผ่นยางรองฉี่” แต่จริง ๆ ของที่เราใช้บ่อยจะเป็นแนวแผ่นรองซับฉี่/Training Pad แบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า (ที่บ้านใช้ Benjee รุ่นชาโคล) เลยอยากแชร์ทริคเล็ก ๆ จากการใช้งานจริง เผื่อช่วยให้เลือกได้ตรงกับที่ต้องการค่ะ 1) แผ่นยางรองฉี่ vs แผ่นรองซับฉี่ ต่างกันยังไง - แผ่นยางรองฉี่: มักเป็นแผ่นยาง/ซิลิโคน ล้างแล้วใช้ซ้ำได้ เหมาะกับคนที่อยากประหยัดระยะยาว หรือใช้รองใต้กรง/รองใต้แผ่นซับอีกทีเพื่อกันรั่ว - แผ่นรองซับฉี่ (Training Pad): เป็นแผ่นซับแบบใช้แล้วทิ้ง เปลี่ยนง่าย เหมาะช่วงฝึกขับถ่าย ลดงานซักล้าง และช่วยควบคุมกลิ่นได้ดีถ้าเลือกแบบซับแน่น ๆ 2) เลือกไซซ์ยังไงให้ไม่เปลือง จากที่เห็นมีหลายขนาด เช่น 33×45 และ 45×60 ซม. - ลูกสุนัข/น้องตัวเล็ก: เริ่มที่ 33×45 มักพอ แต่ถ้าน้องฉี่กระจายหรือยังเล็งไม่เป็น แนะนำขยับเป็น 45×60 จะเซฟกว่า - ถ้าวางในคอกหรือมุมเดิม ๆ: วัดพื้นที่ก่อน แล้วเลือกไซซ์ที่เหลือขอบรอบ ๆ นิดหน่อย จะลดปัญหาฉี่ล้นแผ่น 3) รุ่นชาโคลช่วยเรื่องกลิ่นจริงไหม ส่วนตัวรู้สึกว่ากลิ่นแอมโมเนียน้อยลง โดยเฉพาะช่วงอากาศชื้น ๆ ในห้องแอร์ แผ่นซับแน่นจะช่วยให้ผิวหน้าไม่แฉะ ลดรอยเท้าเปื้อนเวลาน้องเดินผ่านด้วย 4) วิธีปูให้ไม่เลื่อน และให้น้องจำจุดได้ - ปูใน “ตำแหน่งเดิม” ทุกวัน อย่าย้ายบ่อย น้องจะจำจุดขับถ่ายง่ายขึ้น - ถ้าพื้นลื่น ให้ใช้เทปกาวกระดาษแปะมุม ๆ หรือวางบนถาดรอง/แผ่นยางรองฉี่อีกชั้นเพื่อกันแผ่นไหล - ถ้าน้องฉี่โดนแล้วชมทันที (ไม่ดุถ้าพลาด) จะเห็นผลไวกว่า 5) ความถี่ในการเปลี่ยน + การทิ้งให้บ้านไม่เหม็น - ถ้าน้องฉี่บ่อย แนะนำเปลี่ยนทันทีที่แฉะหรือเริ่มมีกลิ่น จะช่วยลดกลิ่นติดห้อง - พับด้านที่เปียกเข้าด้านใน ม้วนให้แน่น ใส่ถุงปิดปากถุงก่อนทิ้ง กลิ่นจะไม่ฟุ้ง ถ้าใครตั้งใจซื้อ “แผ่นยางรองฉี่” เพื่อใช้คู่กับแผ่นรองซับฉี่ บอกเลยว่าเวิร์กมากค่ะ กันรั่ว/กันซึมบนพื้น และทำความสะอาดง่าย โดยรวมช่วยให้การฝึกขับถ่ายเป็นระเบียบขึ้นเยอะ























