@โปโป…: ต้องนั่งกระเช้าข้ามไปครับ“วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร แห่งนี้ อยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นวัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยไฮไลท์จะอยู่ที่การใช้สถาปัตยกรรมแบบโกธิค เลียนแบบโบสถ์ของศาสนาคริสต์ ด้วยที่ตั้งของวัดอยู่บนเกาะกลางน้ำ ทำให้การจะเดินทางไปวัด ต้องมาทางเรือหรือนั่งกระเช้า เข้ามาเท่านั้น วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เลยมี กระเช้าไฟฟ้าลอยน้ำ ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของวัดครับ โดยกระเช้าจะออกทุก 5-10 นาที นั่งได้ 4-5 คน โดยประมาณ ซึ่งตัวกระเช้าและสายรอกจะมีความแข็งแรงอยู่ระดับนึง รับรองว่าไม่ตกลงไปอย่างแน่นอน ตัวกระเช้าและศาลาที่นั่งมีลักษณะแบบไทยโบราณ ก็มีความคลาสสิค และยังมีลวดลายที่สวยงามครับ พระอุโบสถ ของ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร สีเหลือง จะมีความพิเศษตรงที่ ด้านหน้าบริเวณทางเข้าของพระอุโบสถ จะมีมุขยื่นออกมา เป็นแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่วซ้อนกัน 2 ชั้น รอบผนังพระอุโบสถจะเจาะช่องหน้าต่าง เป็นลักษณะโค้งๆยอดปลายแหลมแบบโกธิก ส่วนบริเวณหลังพระอุโบสถ จะเป็นหอระฆังยอดโดม เป็นทรงกรวยแหลมสูง 3 ชั้นครับ ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐาน “พระพุทธนฤมลธรร โมภาส”เป็นพระประธาน ตกแต่งแบบผสมผสานศิลปะระหว่างแบบประเพณีนิยมกับแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน บอกเลยว่าใครได้มาเห็นโบสถ์ของที่นี่ จะต้องร้องว้าวครับ เพราะสวยยิ่งใหญ่อลังการมากๆ นอกจากตัวอุโบสถแล้ว ก็ยังมี สุสานสวนหิน พิพิธภัณฑ์ ให้ได้เดินเที่ยวชมกันอีกด้วยครับเเละรอบๆวัดก็มีบรรยากาศที่ร่มรื่น เงียบสงบสุดๆไม่ว่าจะเป็นมุมถ่ายรูป มุมไหนก็สวยทั้งนั้น เหมือนกับมาเที่ยวยุโรปครับ เวลาเปิดให้เข้าชม 09.00-17.00 น.(วันจันทร์-วันศุกร์) และ08.00-18.00 น.(วันเสาร์-วันอาทิตย์)วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร พระนครศรีอยุธยา

5/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเดินทางไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารที่เป็นสิ่งที่ผมประทับใจมากคือต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าลอยน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปสู่เกาะกลางน้ำที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ กระเช้าสายรอกที่มีความแข็งแรงและปลอดภัยสูง สามารถนั่งได้ 4-5 คนต่อเที่ยว ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษและไม่เหมือนใครเมื่อมาเยือนวัดนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณวัด ความงดงามของพระอุโบสถที่ทาผนังสีเหลืองสดใสพร้อมสถาปัตยกรรมแบบโกธิกร่วมสมัยที่จำลองโบสถ์คริสต์ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในยุโรปจริงๆ อีกทั้งหน้าต่างโค้งและมุขสามเหลี่ยมซ้อนกันนั้นเพิ่มความละเอียดอ่อนและสง่างามมากๆ ภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธนฤมลธรร โมภาส ประดิษฐานเป็นพระประธาน ซึ่งตกแต่งด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างตะวันตกและไทยแบบดั้งเดิม ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความสงบและศรัทธาอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่พระอุโบสถเท่านั้น รอบๆ วัดยังเต็มไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะจะเดินเล่น ชมพิพิธภัณฑ์ และสุสานสวนหินที่มีเรื่องราว นอกจากนี้ยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สามารถถ่ายออกมาได้สวยเหมือนได้ไปท่องเที่ยวยุโรปเลยทีเดียว ผมแนะนำว่าควรมาในช่วงเวลาที่วัดเปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นในวันธรรมดา และ 8 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อจะได้สัมผัสกับบรรยากาศเต็มที่และเก็บภาพความทรงจำงดงามเหล่านี้กลับไปได้อย่างครบถ้วน