“วัดเชิงท่า”ต.ท่าวาสุกรี อ.อยุธยา จ.อยุธยา“วัดเชิงท่า”เป็นวัดที่เรียกกันหลายชื่อ คือ วัดตีนท่า วัดติณ วัดโกษาวาสน์ วัดคลัง หรือ วัดคอยท่า สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 “พระเจ้าอู่ทอง”เหตุที่เรียก วัดตีนท่า เพราะเป็นท่าข้ามเรือไปยังฝั่งเกาะเมือง ชื่อ วัดติณ ติณ แปลว่า หญ้า น่าจะมาจากการที่มีการรวบรวมหญ้า เพื่อนำไปให้ช้างม้าในวังในช่วงสมัยสมเด็จพระเพทราชาลงมาจนถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ วัดโกษาวาสน์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดโกษาวาสน์ จนกระทั่งในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีการปฏิสังขรณ์อีกครั้ง จึงได้เรียกวัดนี้ว่า“วัดคลัง”ส่วน“วัดคอยท่า” นั้นมีตำนานว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่งสร้างเรือนหอให้แก่บุตรสาว แต่บุตรสาวได้หนีตามชายคนรักไป และไม่เคย ย้อนกลับมา เศรษฐีจึงถวายเรือนหอนั้นให้แก่วัดที่ตนสร้างขึ้น จึงได้ชื่อว่า“วัดคอยท่า”วัดนี้เป็นวัดที่มีความผูกพันกับพระเจ้าตากสิน ขณะพรงองค์ยังเยาว์วัยได้เข้ารับการศึกษากับพระอาจารย์ (มหาเถร) ทองดี และหลังจากที่เข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก เมื่อมีอายุครบ๒๑ ปี จึงได้กราบถวายบังคมลาอุปสมบทต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ และจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ต่อมานายทองด้วง (รัชกาลที่ 1) ก็ได้อุปสมบทที่วัดใกล้กันๆ คือวัดมหาทลาย ทำให้พระภิกษุทั้ง ๒ รูปได้เจอกันบ่อยครั้ง เช้าวันหนึ่งขณะที่พระภิกษุทั้ง 2 รูป เดินบิณฑบาต มีซินแสชาวจีนเดินผ่านมาพบ ก็กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อเลยที่ได้เห็นกษัตริย์ไทย สองพระองค์มาเดินบิณฑบาตด้วยกัน ต่อไปในภาคหน้าพระคุณเจ้าทั้งสองจะได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ แต่พระภิกษุทั้งสองรูป รู้สึกขันไม่ได้ใส่ใจใดๆวัดเชิงท่า
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดเชิงท่าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดนี้มีมนต์เสน่ห์ย้อนยุคที่ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับอดีตมากขึ้น เนื่องจากวัดนี้มีหลายชื่อเรียกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย เช่น วัดตีนท่า ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญทางการคมนาคมในสมัยโบราณ เพราะเป็นท่าข้ามเรือ นอกจากนี้ชื่อ วัดติณ ที่สื่อถึงการใช้หญ้าเลี้ยงช้างม้าในราชสำนัก ก็แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในสมัยก่อนที่ยังมีความเกี่ยวพันกับวัดนี้อย่างลึกซึ้ง สิ่งที่ทำให้วัดเชิงท่าน่าสนใจเพิ่มขึ้นคือเรื่องราวการเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เช่น พระเจ้าตากสิน ซึ่งได้ศึกษาและบวชในวัดนี้ ความทรงจำเหล่านี้ช่วยเติมเต็มความรู้และเห็นภาพการใช้ชีวิตของราชวงศ์ในอดีตอย่างชัดเจน นอกจากนี้ตำนานของวัดคอยท่าเกี่ยวกับเศรษฐีที่สร้างเรือนหอให้บุตรสาว แต่บุตรสาวกลับหนีตามชายรัก ทำให้เกิดชื่อวัดคอยท่าซึ่งสะท้อนเรื่องราวความรักและความผูกพันในระดับชุมชน เจ้าอาวาสและพระภิกษุในวัดยังคงรักษาศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เมื่อได้เข้าไปนั่งสมาธิหรือเดินชมบริเวณวัด จะรู้สึกถึงบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมกับความรู้สึกเคารพต่อวิถีแห่งความศรัทธาของชาวบ้านต่อวัดแห่งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศาสนาและวัฒนธรรมไทย วัดเชิงท่าสามารถเป็นจุดหมายที่น่าค้นหาและเรียนรู้มาก เพราะนอกจากจะได้ชมศิลปกรรมโบราณและสถาปัตยกรรมไทยแล้ว ยังได้สัมผัสกับเรื่องเล่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งทำให้เราเห็นภาพอดีตได้อย่างชัดเจน แม้ในปัจจุบันการเดินทางไม่ได้ลำบากเหมือนในอดีตแต่การมาเยือนทำให้เราได้เชื่อมต่อกับรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง




สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ สวัสดีมีความสุขยามเช้าค่ะ🥰🥰🥰