Automatically translated.View original post

When "dividing 2" is the beginning of the end...

When "dividing 2" is the beginning of the end...

Honestly, at first we thought that sharing was normal nowadays, but after a while we realized that "fairness" and "discouragement" had a thin barrier...

It really starts with every meal. Whether it's noodles on the side of a luxury dinner in the mall, he'll be very still when Bill arrives at the table. The employee holds the card swipe, he'll still press the phone until we always pay first, and then he'll say the classic line, "I'll transfer it back," or "How much is it?"

The most popular is..One time we were sick and he volunteered to buy rice and buy medicine for us, but when he finished putting the bag, what followed was a seven-slip photo with the text "187 baht in total."

It wasn't just about the $187, it was the feeling, "Are we really leaving our lives with this person?" On our worst day, he was still pressing the calculator to divide the parameter with us.

Love should be "given" and "received," taking turns as a payer on special occasions or taking care of a little, but this is really 0%.

# Boyfriend changed # Love story # Chinese New Year # Love experience # Relationship narrative

2/14 Edited to

... Read moreในชีวิตคู่ การแบ่งปันค่าใช้จ่ายถือเป็นเรื่องปกติที่คู่รักส่วนใหญ่พบเจอ แต่ถ้าการหารเงินกลายเป็นเรื่องหลักที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ นั่นอาจสะท้อนปัญหาเชิงลึกของความสัมพันธ์ได้จริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เห็นในหลายคู่ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มคำนวณทุกบาททุกสตางค์แม้ในวันที่อีกฝ่ายกำลังไม่สบายหรือเดือดร้อน นั่นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นสัญญาณของความไม่ไว้ใจและขาดความใส่ใจที่จำเป็นในชีวิตคู่ ประเด็นเรื่อง "หาร 2" ที่กล่าวถึง ไม่ได้แปลว่าไม่ควรแบ่งเงินกันอย่างชัดเจน แต่หมายถึงความรู้สึกว่าเมื่อใดที่ความรักถูกวางอยู่บนพื้นฐานของการคำนวณและตรวจสอบบัญชีมากเกินไป จะทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนและเหนื่อยล้าได้ ในฐานะคนที่เคยผ่านสถานการณ์คล้ายกัน ฉันเรียนรู้ว่าแทนที่จะจมอยู่กับความขัดแย้งเรื่องเงิน ควรเปิดใจพูดคุยตรงๆ ถึงความรู้สึกและความคาดหวังจากกันและกัน เพื่อหาจุดที่ทุกฝ่ายรู้สึกเป็นธรรมและเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น นอกจากนี้ การสร้างสมดุลในความสัมพันธ์ยังรวมถึงการร่วมกันสร้างความห่วงใยและการดูแลในเวลาที่ฝ่ายหนึ่งไม่พร้อม ดังนั้น การเป็น "partner" ที่พร้อมจะรับและให้โดยไม่ต้องนับเงินทุกบาท ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ความรักและการอยู่ร่วมกันไม่ใช่แค่เรื่องหารยอดค่าอาหาร หรือสลิปเงินที่ซื้อของ แต่มันหมายถึงการเดินเคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาที่ไม่ง่าย การเปลี่ยนจาก "accountant" ในเรื่องเงิน เป็นเพื่อนแท้ในชีวิตประจำวัน ย่อมทำให้ความสัมพันธ์มีความหมายและแข็งแรงกว่าที่เคย สุดท้ายแล้ว ใครที่กำลังพบเจอปัญหาแบบนี้ควรให้ความสำคัญกับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองและคู่รัก บางครั้ง การเลือกที่จะเดินออกมา หรือหาทางใหม่ๆ ในการสื่อสาร คือหนทางที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกว่าในอนาคต