🏡 ราวปี พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นต้นมา คราใดที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับ แก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง

🚗 วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน ราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จ เมื่อในหลวงทรงขับรถยนต์ไปถึงซุ้มด้วยรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์ ราษฎรที่ไม่รู้ว่าเป็นในหลวง ก็บอกว่า

🙏 “..ต้องให้ในหลวงเสด็จฯ ก่อนแล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้.. วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ..”

😄 พระองค์จึงทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตามและทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า

💛 “วันนี้ฉันเป็นในหลวง..คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ..”

#เรื่องเล่าของพ่อ #เรื่องเล่าในหลวง #เรื่องเล่ารัชกาลที่9

#13ตุลาคม #รัชกาลที่9 #วันนวมินทรมหาราช

#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#ใต้แสงแห่งพระเมตตา๙พระราชกรณียกิจสถิตในใจประชา

#ในรั้วในวัง #NaiRuaNaiVang

2025/10/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเรื่องเล่าดังกล่าวเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ในช่วงเวลาที่ทรงแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังไกลกังวล มีการเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ทุรกันดารตามหัวเมืองต่าง ๆ เช่น ย่านหัวหิน หนองพลับ และแก่งกระจาน เพื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกรและติดตามความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ความสำคัญของการเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองคือ การแสดงถึงความจริงใจและความเมตตาต่อประชาชน ราวปี พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา พระองค์ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังหมู่บ้านห้วยมงคลด้วยพระองค์เอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันกับราษฎรในพื้นที่นั้น เหตุการณ์ที่หมู่บ้านห้วยมงคล เมื่อราษฎรกำลังตบแต่งซุ้มรับเสด็จ แต่ไม่ทราบว่าคนที่ขับรถยนต์พระที่นั่งนั้นคือในหลวง จึงบอกว่า "ต้องให้ในหลวงเสด็จฯ ผ่านก่อน แล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้ วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ" แสดงถึงความเคารพและความพร้อมใจในการต้อนรับพระมหากษัตริย์อย่างสุดซึ้ง พระองค์ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มในวันนั้น และวันรุ่งขึ้นจึงเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคณะข้าราชบริพาร และตรัสกับชายผู้นั้นว่า "วันนี้ฉันเป็นในหลวง คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ" ซึ่งเป็นพระดำรัสที่แสดงถึงความผ่อนคลายและความเป็นกันเองของพระองค์ เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นความรักและความเมตตาที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชน รวมถึงการเข้าถึงประชาชนอย่างไม่ห่างเหิน ให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์จริง ๆ นอกจากนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการเคารพและให้เกียรติในหลวงในฐานะพระราชาผู้ทรงเมตตา เรื่องราวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติมาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงประทับอยู่ในใจของคนไทยทุกคนอย่างไม่เสื่อมคลาย