แชร์ประสบการณ์หน้าเป็นสิว จากความรักสุด Toxic 📍

ฮัลโหล ทุกคน เปรมกลับมาแล้ว วันนี้เปรมจะมาแชร์ประสบการณ์การเป็นสิวของเปรม ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เริ่มแรกตื่นขึ้นมาอยู่ๆสิวก็เห่อ หน้ามันมาก ซึ่งเป็นช่วงที่แฟนเก่า เริ่มมีนิสัยLove blooming ภายในเวลา1 เดือนเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน 🦶ทั้งควบคุมบังคับเปรมทุกอย่าง ไม่ให้เปรมไปไหน ถ้าไปก็จะทะเลาะกันตลอดแม้กระทั่งเพื่อน ก็ไปหาไม่ได้ คอยหาเรื่องเลิกทะเลาะกันตลอดเวลา ซึ่งเปรมเป็นฝ่ายง้อเขาตลอด ซึ่งช่วงนั้นมันก็เครียดมากๆ แบบต้องหาวิธีง้อเอยไรเอย ร้องให้ทุกครั้ง ทุกรอบ เป็นฝ่ายยอม ตามใจ ละสิวเปรมก็เห่อไม่หยุด เปรมใช้ครีมหลายตัวมากก็ไม่ได้ผลเลย ไปหาหมอสิว ก็ไม่ดีขึ้น เข้าคลินิคก็ไม่ได้ช่วยเลย คบมาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นคือกับแฟนเก่าบอกเลิกเปรมวันละหลายรอบมาก เปรมก็ทนมาตลอด ทั้งโดนทิ้ง โดนบอกเลิก โดนขับไล่สารพักทุกอย่าง คุณน้า ยิ่งกว่า ละคร จะบ้า คือง้อเขานั่งรถไปหาข้ามจังหวัด ง้อถึงบ้าน ซื้อดอกไม้ง้อเอยไรเอย แต่เชื่อปะด้านในจิตใจของเปรมไม่มีความสุขเลย แต่เปรมก็ทน เพราะคิดว่า เขาอาจจะดีขึ้น ซึ่งมันไม่มีวันดี คนแบบไหนก็เป็นแบบนั้น จนมาถึงเดือนที่6 ที่เปรมรู้สึกว่า พอแล้ว ที่ทนกับความรักครั้งนี้ สุดท้ายเปรมเลือกที่จะจบ

เชื่อไหม สิวเปรมก็ค่อยๆดีขึ้น ใช้เวลาแค่1 เดือนสิวหยุดเห่อ และเปรมก็รักษามาเรื่อยๆ ด้วยการทามอยเจอร์ไรเซอร์ และครีมแต้มสิว ทุกวันๆ มันก็ดีๆขึ้น แกเชื่อปะ พอเลิกปุป หน้าชั้นมีออร่าขึ้น เพราะแบบ ข้าวในขั้นไม่ได้เศร้าแล้วอะ มันเหมือนได้ปลดปล่อย สิ่งที่Toxicออกไป มีแต่พลังบวก หน้าดูดีขึ้น ไม่เหมือนคนโดนของเลย สุขภาพจิตเปรมดีขึ้น และหลังจากนั้นก็รักษารอยดำรอยแดงต่อเรื่อยๆ และก็ปัจจุบัน หน้าดีขึ้นจริงๆ และจำเป็นประสบการณ์ชีวิตไปจนตายเลยว่า ความรัก ทำให้เราพังได้จริงๆไม่ได้พังแค่หน้า จิตใจอะไรด้วย นี่แหละน้อ ที่เขาบอกว่า ดูแลภายในสู่ภายนอกก็คงจะต้องเป็น สุขภาพจิตเรานี่แหละที่สำคัญทีสุด เดะวันหลังจะมาป้ายยา สกินแคร์นะจ๊ะ ‼️#สิวตัวร้าย #ปรึกษาเรื่องสิว #สิวอุดตัน สิวอักเสบ #หน้าพัง #ติดเทรนด์

2025/8/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเจอ “สิวเห่อแบบไม่เคยเป็นมาก่อน” แล้วรู้สึกว่ามันมาพร้อมความเครียดจากความสัมพันธ์/งาน/การร้องไห้บ่อยๆ เราอยากแชร์แนวทางที่ช่วยประคองผิวช่วงพังๆ (โดยเฉพาะสิวอักเสบ สิวผด สิวอุดตัน และรอยแดงรอยดำ) แบบที่เราลองปรับเองแล้วเห็นทิศทางดีขึ้นค่ะ 1) สังเกตตัวกระตุ้น: สิว+ความเครียดมักมาคู่กัน ตอนเราเครียดมากๆ จะมีอาการหน้ามันขึ้น นอนหลับไม่สนิท จับหน้าเผลอๆ และร้องไห้จนผิวระคายง่าย สิวจะขึ้นแถวกราม คาง แก้มแบบเห่อเป็นรอบๆ ถ้าช่วงไหนมีทะเลาะ/กดดันบ่อย สิวมักจะ “ปะทุ” มากกว่าปกติ พอเริ่มรู้ตัวว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น เราจะจัดการได้ตรงจุดขึ้น 2) ช่วงสิวกำลังเห่อ ให้ทำสกินแคร์ให้น้อยและอ่อนโยนที่สุด สิ่งที่ช่วยเราได้คือ “หยุดสลับครีมหลายตัว” เพราะยิ่งลองเยอะ ผิวยิ่งงงและระคายง่าย เราโฟกัสแค่ 3 อย่างพอ: - คลีนเซอร์อ่อนโยน (ล้างให้สะอาดแต่ไม่เอี๊ยด) - มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเบา เติมเกราะผิว (ทาเช้า-ก่อนนอน) - ครีมแต้มสิวเฉพาะจุด (แต้มบางๆ ไม่โบกทั้งหน้า) ถ้าวันไหนผิวแสบ ลอก หรือแดงง่าย ให้พักแอคทีฟแรงๆ ไปก่อน แล้วกลับมาดูแล “ผิวให้สงบ” เป็นหลัก 3) ทริคเล็กๆ ที่ช่วยลดสิวอักเสบและสิวผดแบบไม่ต้องใช้อะไรเพิ่มเยอะ - เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยขึ้น (เราเปลี่ยนทุก 3-4 วันช่วงสิวเห่อ) - เลี่ยงการสครับแรงๆ และการแกะสิว เพราะรอยดำรอยแดงจะอยู่ยาว - เช็ดโทรศัพท์/แว่นตา เพราะสิวขึ้นตรงจุดสัมผัสซ้ำๆ ได้ - ถ้าแต่งหน้า ให้ล้างให้หมด และเลือกเนื้อบางเบา ลดการอุดตัน 4) การดูแลใจคือ “สกินแคร์อีกแบบ” ที่เห็นผลจริง ตอนที่เราตัดสิ่งที่ Toxic ออกไป ความเครียดลดลงแบบรู้สึกได้ นอนดีขึ้น ร้องไห้น้อยลง ใจไม่แกว่งทั้งวัน แล้วสิวค่อยๆหยุดเห่อ (ของเราใช้เวลาประมาณ 1 เดือนถึงเห็นว่ารอบใหม่ไม่ปะทุแล้ว) มันทำให้เชื่อเลยว่า สุขภาพจิตส่งผลกับผิวมากๆ 5) หลังสิวเริ่มยุบ เป้าหมายต่อไปคือรอยแดง-รอยดำ เราค่อยๆโฟกัสเรื่องรอยหลังสิว ไม่รีบ ไม่เร่ง และกันแดดสม่ำเสมอ เพราะถ้าปล่อยให้แดดทำร้าย รอยจะจางช้ากว่าเดิมมาก สุดท้ายอยากบอกว่า ถ้าเรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ทำให้เราเครียด กังวล กลัว หรือรู้สึกด้อยค่าอยู่ตลอด มันไม่กระทบแค่ใจ แต่สะท้อนออกมาที่ผิวได้จริงๆ ใครกำลังสู้กับสิวช่วงหนักๆ อยู่ ลองค่อยๆลดสิ่งกระตุ้น ดูแลผิวแบบพื้นฐาน และดูแลใจไปพร้อมกันนะคะ