Recounting the peak experience of life weight up to 20 Kg😞
Lifetime Peak Experience Weight Up 20 Kg
First of all, we like to eat nectar, ready-made food, sweets and late meals every day. But anyway, we started to notice why we looked so swollen, so I decided to wear weight. Oh my mother, my weight jumped from 52 to 77 kilograms. We tried to lose weight but finally couldn't lose it anyway. And one day, we felt sick, so went to the doctor and had to take a blood test and detect that we had hypothyroid or thyroid hormone deficiency, which slowed down the body's metabolic rate. Tired easily, fatigue, weight gain, dry skin and cold. And at that time I was very discouraged, weight gained the most. And after detecting, we have treated to date, we have to take hormone replacement pills every day to normalize the hormone level, but now we try to lose weight for our health, we change the way we eat, do not starve, exercise a little, do not eat late, gradually adjust now, lighten up a little.
จากประสบการณ์ตรงที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 20 กิโลกรัมหลังจากนิสัยการกินที่ไม่ดี เช่น กินน้ำหวาน อาหารสำเร็จรูป และมื้อดึกบ่อยๆ ทำให้รู้ตัวว่าร่างกายเริ่มบวมและน้ำหนักพุ่งขึ้นมากอย่างผิดปกติ หลังจากพบแพทย์และตรวจเลือด พบว่าเป็นภาวะไฮโปไทรอยด์ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับฮอร์โมนไทรอยด์ที่ลดลง ทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายช้าลง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รวมถึงผิวแห้งและขี้หนาว การได้รับการวินิจฉัยนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้ตระหนักว่าการลดน้ำหนักด้วยวิธีอดอาหารอย่างเดียวไม่ได้ผล เพราะต้องรักษาภาวะฮอร์โมนให้สมดุลก่อน หลังจากเริ่มรักษาด้วยยาทดแทนฮอร์โมนอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ช่วยได้มากคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินใหม่ ไม่ยึดติดกับการอดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เน้นการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินหรือยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยเพื่อลดอาการเหนื่อยง่าย และงดกินอาหารมื้อดึกซึ่งช่วยลดภาระระบบย่อยอาหารและปรับสมดุลระบบเผาผลาญ การแบ่งเวลานอนพักผ่อนให้เพียงพอก็ช่วยฟื้นฟูระบบฮอร์โมนและสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียดซึ่งอาจมีผลต่อการทำงานของไทรอยด์ได้ การค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นใช้เวลาพอสมควร จึงควรมีความอดทนและใจเย็น ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป ท้ายที่สุด สิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์นี้คือการใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น การฟังเสียงร่างกายและพบแพทย์เมื่อต้องการตรวจเช็คสุขภาพ รวมถึงไม่ประมาทกับการดูแลตัวเอง เพราะสุขภาพดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องดูแลตลอดชีวิต
