✨️HAIR IT ทรีทเม้นท์ (กระปุกม่วง & ชมพู)✨️

ใช้แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมคนหยิบซ้ำบ่อยมาก

💜 กระปุกม่วง HYA Keratin (สายผมเสีย แห้ง ชี้ฟู)

ใช้แล้วดียังไง

ผมนุ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ลูบแล้วลื่นจริง

ผมที่แห้ง ฟู จากไดร์/หนีบ ดูเรียบขึ้น จัดทรงง่าย

ผมไม่ลีบ ไม่มัน เหมาะกับคนผมเส้นเล็ก

กลิ่นหอมสะอาด ไม่ฉุน ใช้แล้วรู้สึกผมสุขภาพดี

มีเสียไหม

ถ้าผมเสียหนักมากจากฟอกหลายรอบ อาจต้องใช้ต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัด

คนผมมันมาก แนะนำลงแค่กลางผม–ปลายผม

👉 เหมาะกับคนที่อยากให้ผมนุ่มไว ไม่หนักผม ใช้ได้ทุกวัน

💗 กระปุกชมพู Silky Plus Camellia Oil (สายผมแห้งแตก ปลายผมพัง)

ใช้แล้วดียังไง

ผมนุ่มฉ่ำ ดูเงาขึ้นแบบเห็นได้ชัด

ปลายผมที่แห้งแตก ดูดีขึ้น ผมไม่กระด้าง

ผมดูมีน้ำหนัก แต่ยังไม่มัน

เหมาะมากกับคนทำสี ผมโดนความร้อนบ่อย

มีเสียไหม

ถ้าใส่เยอะเกินไป ผมเส้นเล็กอาจรู้สึกหนักได้

ไม่เหมาะกับคนที่ชอบฟีลเบาสุดๆ

👉 เหมาะกับคนผมแห้งมาก อยากได้ผมฉ่ำ เงา ดูแพง

💡 สรุปแบบเพื่อนบอกเพื่อน

อยากผมนุ่ม เบา ไม่ลีบ ➜ ม่วง

อยากผมฉ่ำ เงา ฟื้นฟูหนักๆ ➜ ชมพู

ใครลังเล บอกเลยว่าเลือกตามสภาพผม ไม่มีผิด 💯

ใช้ต่อเนื่อง ผมดีขึ้นจริงจนอยากจับผมตัวเองทั้งวันเลย 🥰

#HairIt #ทรีทเม้นท์ผมนุ่ม #ผมสวยไม่ต้องแพง #ของดีบอกต่อ #รีวิวจริง #ผมเสียก็รอด #ทรีทเม้นท์กู้ผม #สายผมสวย 💕

1/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังค้นหา “hair it hya keratin” หรือ “ทรีทเม้นท์กระปุกสีชมพู” แล้วลังเลว่าจะเริ่มจากสูตรไหน เราขอสรุปแบบใช้งานจริงให้ละเอียดขึ้นอีกนิดนะคะ (เพราะสองกระปุกนี้ฟีลต่างกันชัดมาก) 1) เลือกให้ตรงสภาพผมแบบเร็วๆ - ผมเส้นเล็ก ลีบง่าย แต่ปลายแห้ง/ชี้ฟูจากไดร์หรือหนีบ: เริ่มที่กระปุกม่วง HYA Keratin จะปลอดภัยกว่า เพราะให้ความนุ่มลื่นแต่ยังคุมความเบา ไม่ทำให้ผมดูมันง่าย - ผมทำสีบ่อย แห้งแตกปลาย ผิวผมหยาบ อยากได้ความฉ่ำเงาแบบเห็นชัด: กระปุกชมพู Silky Plus Camellia Oil ตอบโจทย์กว่า เพราะให้ความชุ่มชื้นและความเงาเด่นกว่า 2) วิธีใช้ให้เห็นผล (และไม่พลาดจนผมหนัก) - หลังสระ บีบน้ำออกให้หมาดก่อนค่อยลงทรีทเม้นท์ จะช่วยให้ตัวยาเกาะเส้นผมดีขึ้น - กระปุกม่วง: เน้นลงกลางผม-ปลายผม ทิ้งไว้ประมาณ 3–5 นาที แล้วล้างออก เหมาะกับวันที่ต้องการผมนุ่มไวแบบไม่ต้องรอนาน - กระปุกชมพู: แนะนำเริ่ม “น้อยๆ ก่อน” โดยเฉพาะคนผมเส้นเล็ก แล้วค่อยเพิ่มปริมาณ ถ้ากลัวหนักให้ทิ้งไว้ 2–3 นาทีพอ หรือเลี่ยงโคนผมเด็ดขาด 3) ใช้สลับกันได้ไหม? ได้เลย และเป็นวิธีที่เราชอบมาก: - วันที่ผมฟู/พันกันง่าย: ใช้ม่วงเพื่อให้ลื่นและจัดทรงง่าย - วันที่ผมแห้งมากหรือเพิ่งทำสี/โดนความร้อนหนัก: ใช้ชมพูเพื่อเติมความชุ่มชื้นและความเงา ถ้าผมมันง่าย อาจใช้ชมพูแค่สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง แล้วใช้ม่วงเป็นหลัก จะบาลานซ์สุด 4) เหมาะกับใครที่ “ผมเสียหนักจากฟอกหลายรอบ” ถ้าฟอกหลายรอบจนผมกรอบ ขาดง่าย ส่วนตัวรู้สึกว่าทั้งสองสูตรช่วยเรื่องสัมผัสนุ่มขึ้นได้ แต่ต้องใช้ต่อเนื่อง และควรลดความร้อน/ใช้ลมเย็นร่วมด้วยถึงจะเห็นผลชัดขึ้น โดยช่วงแรกให้เน้นชมพูที่ปลายผมเพื่อเติมความชุ่มชื้น แล้วค่อยสลับม่วงเพื่อไม่ให้ผมหนักเกิน 5) ทริคเล็กๆ ให้ผมหอมและดูสุขภาพดีขึ้น ล้างออกให้สะอาด แล้วเป่าให้แห้งสนิท (โดยเฉพาะโคน) ผมจะดูเบา ไม่มันไว และกลิ่นจะ “หอมสะอาด” ชัดขึ้นมาก สรุปอีกทีแบบเพื่อนแนะนำเพื่อน: ถ้าอยากได้ผมนุ่มลื่น เบาๆ เลือก HAIR IT HYA Keratin กระปุกม่วง แต่ถ้าอยากได้ฟีลผมฉ่ำเงา บำรุงหนักๆ เลือกทรีทเม้นท์กระปุกสีชมพู Silky Plus Camellia Oil แล้วคุมปริมาณให้พอดีค่ะ

ค้นหา ·
hairit สีม่วง กลิ่นหอม

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Seraphina (เซราฟิน่า)
Seraphina (เซราฟิน่า)

ผมนุ่มดีขึ้นเลย

รูปภาพของ sumaleekanthak
sumaleekanthakผู้สร้าง

ใครผมมีปัญหาตัวนี้ช่วยได้