แจ่วปลาร้า
ถ้าใครกำลังหา “การทำแจ่วปลาร้า” แบบทำง่ายๆ รสแซ่บนัวเหมือนร้านส้มตำ เราแนะนำให้เริ่มจากการเตรียมปลาร้าให้หอมก่อนค่ะ เพราะกลิ่นและรสของปลาร้าจะเป็นตัวกำหนดความอร่อยของแจ่วเลย วัตถุดิบพื้นฐาน (ปรับได้ตามชอบ) - ปลาร้าต้มสุก 2–3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำปลาร้าต้มสุก) - พริกป่น 1–2 ช้อนโต๊ะ (ชอบเผ็ดเพิ่มได้) - ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้หอมและข้นขึ้น) - น้ำมะนาว 1–2 ช้อนโต๊ะ - น้ำปลา 1–2 ช้อนชา (ถ้าปลาร้าเค็มมากอาจไม่ต้องใส่) - น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทรายเล็กน้อย ตัดรส - หอมแดงซอย, ต้นหอม/ผักชีฝรั่งซอย (ใส่แล้วหอมมาก) ขั้นตอนทำแจ่วปลาร้าแบบที่ทำกินเอง 1) ต้มปลาร้าให้สุกและหอม: ถ้าใช้ปลาร้าตัว/ปลาร้าขวดที่ยังไม่ต้ม แนะนำให้ต้มกับน้ำเล็กน้อย 3–5 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ จะได้ “น้ำปลาร้าต้มสุก” กลิ่นจะนัวขึ้นและปลอดภัยกว่า 2) เตรียมชามผสม: ใส่พริกป่น + ข้าวคั่วก่อน แล้วค่อยเติมน้ำปลาร้าต้มสุกลงไปทีละนิด คนให้เข้ากัน จะได้ฐานรสนัวๆ 3) ปรุงรส: เติมน้ำมะนาวตามชอบ ตามด้วยน้ำปลา (ถ้าจำเป็น) และใส่น้ำตาลนิดเดียวเพื่อให้รสกลมกล่อม เคล็ดลับคือ “ชิมก่อนเติมน้ำปลา” เพราะปลาร้าแต่ละยี่ห้อเค็มไม่เท่ากัน 4) ใส่เครื่องหอม: ใส่หอมแดงซอย ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกให้เข้ากัน พักไว้ 5 นาทีให้เครื่องเข้ารส เคล็ดลับให้แซ่บแบบพอดี - ถ้าเผ็ดโดดไป: เพิ่มน้ำปลาร้าต้มสุกหรือข้าวคั่ว ช่วยบาลานซ์ได้ดี - ถ้าเค็มไป: เติมน้ำมะนาวหรือเติมน้ำต้มสุก/น้ำเปล่านิดหน่อย แล้วใส่ข้าวคั่วเพิ่มให้รสไม่จาง - ถ้ากลิ่นปลาร้าแรง: ต้มปลาร้าให้นานขึ้นอีกนิด และใส่หอมแดงซอยเยอะขึ้น จะช่วยให้หอมละมุน กินกับอะไรอร่อย แจ่วปลาร้าเข้ากับผักสดทุกอย่าง (แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว) หรือเอาไปจิ้มหมูย่าง ไก่ย่าง ปลาย่าง คือดีมากๆ ทำครั้งเดียวเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1–2 วัน แต่แนะนำทำสดจะหอมที่สุดค่ะ

































