ของ ซันสตอรี่ไลฟ์

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปถ่ายรายการ โคตรหลอน เป็นรายการผีของช่อง โคตรคูล (ของโอ้ต ปราโมทย์) โดยผมได้ไปเล่าคีย์หลักคือเรื่อง เจอเหตุการณ์เฉียดตาย จนได้กลายเป็นคนมีเซนส์มาจนถึงทุกวันนี้

• รายการออนแอร์ไลฟ์ 19:00น. ผมก็ไปสแตนบายรอเวลา 18:00น. ตามที่ทีมงานได้แจ้งไว้

• ไปถึงก็มีทีมงานของโคตรคูลพาเดินเข้าบริษัทโคตรคูล ผมเห็นการออกแบบตกแต่งของบริษัทนี้บอกเลยว่าโคตรเท่ มีรูปปั้น ตุ๊กตา ของเล่น รูปภาพอาร์ตๆติ๊ดๆ เต็มไปหมด

• ขึ้นไปบนชั้น3 ทีมงานก็พาเข้าไปในห้องแต่งตัว ห้องเป็นส่วนตัวมากกก ไฟหน้ากระจกก็สว่างไว้แต่งหน้าโดยเฉพาะเลย

• พอถึงเวลา 18:50น. ทีมงานครีเอทีฟก็เข้ามาบรีฟ โดยมีบูเร็ตพอยต์ให้จำเป็นไกด์ไลน์ในการเล่าเรื่องในรายการ เป็นเทคนิคที่ผมชอบมาก ไม่หลงประเด็นในการเล่าด้วย

• ถึงเวลา 19:00น. ได้เวลาเข้ารายการ ผมเดินเข้าไปหน้าเซ็ต เห็นพ่อป๋องกำลังนั่งอ่านสคริปรายการอยู่ แกเงยหน้ายิ้มและทักทายผมว่า “หวัดดีคับซัน เป็นไงบ้าง กินข้าวมารึยัง?” ผมที่ได้เจอพ่อป๋องครั้งแรกก็อดประทับใจไม่ได้ มันเป็นคำถามง่ายๆ แต่ผมฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นมากๆ

• พอเริ่มรายการ พ่อป๋องกับตังตัง คุยรับส่งกันได้ดีมาก และมีหยอกเล่นมุกกับผมตลอด ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย และสามารถเล่าเรื่องได้ไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

• พอจบรายการ พ่อป๋อง ตังตัง และผม ก็แยกย้ายกันกลับ ผมขึ้นไปเอาของที่ของที่ห้องแต่งตัวชั้น3

• เอาของออกมา เจอพ่อป๋องเดินมาพอดี แกบอกว่าลืมของไว้ชั้นบน ผมก็เลยชวนแกลงลิฟท์ไปด้วยกัน ในระหว่างลงลิฟท์ พ่อป๋องถามว่า “ซันมาจากแถวไหน” ผมก็บอกแกไปว่า “มาจากพิษณุโลกคับ” พ่อป๋องทำหน้าตกใจมาก แล้วบอกว่า “ไอซัน มึงมาจากพิษณุโลกเลยหรอ มึงบ้าป่ะเนี่ย!!” ผมก็ขำแกไม่หยุดเลย เหมือนแกเห็นว่าผมมาไกลมาก แล้วจะคุ้มกับที่เดินทางมามั้ย

• พอถึงชั้นล่าง ก็เดินออกมาหน้าบริษัทกัน พ่อป๋องก็นั้งสูบบุหรี่ ผมก็นั่งคุยกับแกอยู่เป็น10นาทีเลย แกถามคำถามนึงด้วยสีหน้าจริงจังว่า ”ทำไมถึงยอมนั่งรถไกลๆเพื่อมารายการด้วย มันไม่ลำบาก ไม่เหนื่อยหรอ“ ผมตอบพ่อป๋องด้วยหน้าที่ยิ้มแย้มว่า ”ผมคิดว่ารายการพวกนี้จะเวียนมาแค่ครั้งเดียว ถ้าเขาเชิญเราแล้วเราไม่คว้าโอกาสนั้นไว้ มันอาจจะไม่กลับมาหาเราอีกครั้งแล้วก็ได้“ พ่อป๋องฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย

• คุยกันได้ซักพัก แกร็บที่ผมเรียกก็มา ก็เลยตัดจบแยกย้ายกัยพ่อป๋องคับ 😃

3/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการได้มีโอกาสไปถ่ายรายการโคตรหลอนนั้นเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับผม เพราะไม่เพียงแต่ได้แชร์เรื่องราวเฉียดความตายของตัวเองที่หลังจากนั้นผมมีเซนส์พิเศษ พวกความรู้สึกแปลกๆ ที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานเบื้องหลังรายการที่ไม่เหมือนใครด้วย ผมจำได้ว่าตอนเดินเข้าบริษัทโคตรคูล บรรยากาศและการตกแต่งนั้นเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและพร้อมสำหรับการเล่าเรื่อง หลายอย่างที่เห็นสะท้อนถึงความเป็นคนรุ่นใหม่และมีสไตล์ของทีมงานรายการ ผมมีโอกาสได้สัมผัสความใส่ใจจากทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นห้องแต่งหน้าที่ออกแบบมาให้แสงไฟเหมาะกับการแต่งหน้าอย่างดีที่สุด หรือกระบวนการบรีฟที่ช่วยให้ผมโฟกัสเรื่องที่จะเล่าได้ชัดเจนขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือความเป็นกันเองของพ่อป๋องและตังตัง ทั้งสองช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายกับการถ่ายทำให้ผมกล้าพูดและเล่าเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีความรู้สึกกดดันแม้แต่น้อย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของรายการที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงและอินไปกับเรื่องเล่าต่างๆ นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาสั้นๆ ที่ผมคิดว่าน่าจดจำมาก เช่น เมื่อพ่อป๋องถามว่าผมเดินทางมาจากพิษณุโลก พ่อป๋องทำหน้าตกใจและทักอย่างติดตลกถึงความไกลของผม นั่นทำให้ผมรู้สึกถึงความจริงใจและมิตรภาพระหว่างกัน หลังถ่ายทำ ผมนั่งพูดคุยกับพ่อป๋องถึงเหตุผลที่ทำไมถึงยอมเหนื่อยเดินทางไกลเพื่อรายการนี้ ผมตอบไปอย่างมั่นใจว่าผมเห็นโอกาสที่ไม่ควรพลาด เพราะโอกาสแบบนี้อาจไม่กลับมาอีกครั้ง ซึ่งพ่อป๋องก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ สุดท้าย การมีโอกาสได้แชร์เรื่องราวชีวิตจริงในรายการผีโคตรหลอน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเล่าเรื่องผีหรือเหตุการณ์ลึกลับเท่านั้น แต่มันคือการบอกเล่าถึงช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตของผมและทำให้ผมมีเซนส์พิเศษ รวมถึงการได้รู้จักผู้คนและได้สัมผัสความอบอุ่น ความเป็นมิตรจากทีมงานและพิธีกร ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ประสบการณ์นี้มีความหมายและคุ้มค่ากับการเดินทางไกลอย่างแท้จริง