เล่าประสบการณ์เกือบดรอปเรียนมหาวิทยาลัย ตอนปี 3

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ตัวเอง

เผื่อใครท้อ หรือกำลังท้อเรื่องการเรียน

ใครที่มีโอกาสได้เรียน แต่ยังไม่ตั้งใจทำหน้าที่ตัวเองให้เต็มที่

ฟังเรื่องของเรา เเล้วขอให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้งนะคะ

เราเกิดมาจากครอบครัวชาวนา

ที่พ่อมีโรคประจำตัวเป็นเส้นเลือดอุดตันที่ขา

แม่ต้องพาพ่อไปรักษา และฝากเราไว้กับญาติอยู่บ่อยๆ

เพื่อไม่ให้เสียการเรียน บางทีก็ฝากยาย (แม่เลี้ยงของแม่)

บางทีก็ฝาก ลุง ป้า ที่เป็นญาติฝั่งพ่อ

อาการป่วยของพ่อไม่ดีขึ้น เพราะการผ่าตัดเส้นเลือดเทียมบ่อยๆ

ทำให้เส้นเลือดช้ำ จนมาจบที่การผ่าตัดขาข้างขวา

ทีนี้การตัดขามันไม่ได้ขาดแค่ขาค่ะ

มันมีผลกระทบทำให้แขนซ้ายพ่ออัมพาตด้วย

แม่จึงเป็นเสาหลักคนเดียวที่หาเลี้ยงครอบครัว

โชคดีที่เราเป็นลูกคนเดียว แม่จึงทุ่มเททุกอย่างให้เราหมด

จนเราสอบเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยความที่บ้านไม่มีทุนส่งเรียนเยอะ

เลยเลือกเรียนครู เพราะค่าเทอมถูก (ถูกที่สุดในบรรดามหาวิทยาลัยระบบปิด) พอเราขึ้นปีสอง แม่ก็ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม

ระยะที่ 3

เราเป็นคนต่างจังหวัด (หนองคาย) แต่เรียนที่ กทม.

จึงไม่สะดวกมาดูแลท่าน หลักสูตรที่เรียน ใช้เวลา 5 ปีกว่าจะจบ

ญาติๆก็แนะนำให้ดรอปเรียน จะได้กลับมาดูแลแม่

แต่เราไม่อยากเริ่มเรียนใหม่ เพราะทุนการเรียนเรามาจากเงินแม่ทั้งหมด และเรียนมาได้ครึ่งทางแล้ว

บ้านเราไม่มีรถยนต์ วันที่แม่ไปผ่าตัดมะเร็งเต้านม

แม่ขับมอเตอร์ไซค์ไปคนเดียว ดีหน่อยที่ช่วงผ่าตัดตรงกับปิดเทอมเราเลยกลับมาเยี่ยมแม่ได้ ได้มาทำอาหารให้พ่อกินช่วงแม่พักฟื้นที่โรงพยาบาล ขอบคุณเพื่อนสนิทมากๆที่ตามกลับมาเยี่ยมแม่

ตลอดเวลาที่เราเรียนมหาวิทยาลัย เราจะอ่านหนังสือและฟังความรู้ต่างๆจากยูทูป เรียนด้วยตัวเอง (ทำแบบนี้ตั้งแต่ม.ปลาย เพราะไม่มีโอกาสได้เรียนพิเศษ) พอถึงคาบเรียนจึงตอบคำถาม และเข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนได้เร็ว เวลาเรียนในห้องมีแอบงีบบ้าง

เพราะทำงานพาร์ทไทม์ และรับของจากสำเพ็งช่วงตี 2 มาขาย

ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แต่ไม่กระทบการเรียน เพราะเราเตรียมตัว งานกลุ่มเราก็ทำเป็นหลัก บางทีก็อาสาให้มาทำที่ห้องเรา คิดในใจว่ายิ่งทำมากยิ่งได้ประสบการณ์มาก

พอขึ้นปี 5 ได้หยุดทำพาร์ทไทม์ เพราะได้ออกฝึกสอน

ช่วงฝึกสอนปีสุดท้าย มีโครงการครูคืนถิ่นรุ่นที่ 3 เปิดรับสมัครนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป ด้วยความโชคดีที่เข้าเกณฑ์ และเพื่อนชวนไปสอบ เลยลองไปสอบดู ผลสอบออกวันเกิดเราพอดี สอบผ่านข้อเขียน ผ่านด่านรายงานตัวยืนยันเข้าโครงการ ผ่านด่านสัมภาษณ์รอบทั่วประเทศ ผ่านด่านยื่นคะแนนภาษาอังกฤษ และด่านสุดท้าย สัมภาษณ์ระดับเขตพื้นที่การศึกษา

จนได้บรรจุข้าราชการครูลำดับที่ 2

ย้อนกลับมาคิดดู บอกกับตัวเองเสมอว่าคิดถูกแล้ว

ที่ไม่ฟังคำพูดคนอื่น ถ้าดรอปเรียนวันนั้น คงไม่มีฉันในวันนี้

#Lemon8ชวนเล่า #ปัญหาชีวิต #กว่าจะมีวันนี้ #ครู #ประสบการณ์จริง

5/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตจริงหลายคนอาจเจอวิกฤตที่ไม่คาดคิดเหมือนกับประสบการณ์ของผู้เขียนที่เล่าถึงความยากลำบากในครอบครัวและการเรียนที่เกือบดรอปในช่วงปี 3 การให้กำลังใจและมีเป้าหมายชัดเจนคือกุญแจสำคัญในการผ่านอุปสรรคเหล่านี้ จากเรื่องเล่าของเธอ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่คนในครอบครัวต้องเผชิญเวลาเจอวิกฤตสุขภาพและสถานะการเงิน โดยเฉพาะลูกคนเดียวที่แบกรับความหวังจากพ่อแม่ การตัดสินใจไม่ดรอปเรียนเพราะเห็นคุณค่าของการศึกษาและเงินทุนที่แม่ทุ่มเทให้ เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นที่น่าชื่นชม การจัดการเวลาเรียนและทำงานพาร์ทไทม์ รวมไปถึงการพยายามหาความรู้จากยูทูปและการเตรียมตัวล่วงหน้า เป็นวิธีที่หลายคนสามารถลองนำไปประยุกต์ใช้เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องดูแลครอบครัวและยังต้องเรียนควบคู่กันไป อีกทั้งโอกาสจากโครงการครูคืนถิ่นที่เปิดรับนักศึกษาที่มีความสามารถ ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างงานและอนาคตที่มั่นคง แม้จะต้องผ่านบททดสอบหลายด่าน แต่ความพยายามและการไม่ยอมแพ้คือสาเหตุที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ ประสบการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมิตรภาพ อย่างเพื่อนที่ช่วยติดตามกลับมาเยี่ยมแม่ในช่วงพักฟื้น สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สร้างกำลังใจให้ผ่านวันยากลำบากไปได้ สำหรับคนที่กำลังท้อกับการเรียนหรือชีวิต เคสนี้เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมาก ด้วยการตั้งใจและสู้ต่อไป อุปสรรคจะกลายเป็นบันไดที่พาไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง