子供が宿題をするのが好きになる方法🫶
この年齢の子供たちを助ける方法は、秩序から遊びに誘うことに変わることです。
以下の方法を使いましょう:
1.「今すぐ宿題をしなさい」と言わないでください。
に変更:
「えーと、今日のミッションは何ですか?」
「競争?誰が最初にやったの?」
「お母さんの学生の仕事を手伝ってください。」
幼い子供たちは、遊びの招待よりも直接的な命令に抵抗するでしょう。
2.非常に短い休憩
4歳の子供にとって、ADHDは自然なことです。
30分連続で座っているのではなく、
試す:
5ー10分行う
休んで、移動。
戻ってくる。
それをするだけでも良いと考えられています。
3.自分を少し選ぶ
この年齢の子供たちは、「自分には選択する権利がある」と感じるのが好きです。
例えば:
最初に塗り絵をす るか、最初に線を描く練習をしてください。
「ピンクか青の鉛筆を使います」
最後まで、まだ終わっていないが、彼は少なくとも抵抗するだろう。
4.仕事よりも「努力」を見る。
代わりに:
なぜそれはきれいではないのですか?
書き直す。
しましょう:
あなたは私をとても見ました。
今日はもっと長く座っていいよ。
最初にプレイするために逃げないことがとても上手です。
このような褒め言葉は、子供たちが宿題が鬱陶しいと感じないようにするのに役立ちます。
5.毎日同じルーチンを使用する
例:食べる→20分遊ぶ→シャワーを浴びる→宿題をする→物語を読む
次に何をすべきかを推測できると、幼い子供たちはより協力的になります。
6.強く曲がり始めたら、衝突を止めてください。
ある日、子供は眠い、空腹、または注意を要求しています。
子供はより激しく抵抗するでしょう。
ハグをしたり、休憩を取ったり、5分間遊んだり、戻ってきたりしてみてください。
その上、この年齢の多くの子供たちは「真剣なテーブルの宿題に準備ができていない」。
パックが退屈している場合、頻繁に起きることは必ずしも彼が頑固な男の子であることを意味するわけではありません。💛
จากประสบการณ์ส่วนตัว การทำการบ้านกับลูกเล็กนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจธรรมชาติและความต้องการของเด็กในวัยนี้ให้ชัดเจน เพราะเด็กวัย 4-5 ขวบยังมีสมาธิสั้นและชอบเคลื่อนไหวมาก การเปลี่ยนคำสั่งที่เป็นทางการให้กลายเป็นคำชวนเล่นจึงช่วยลดความกดดันและทำให้เด็กอยากเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น โดยส่วนตัวผมพบว่าวิธี "เปลี่ยนการบ้านให้เป็นเกม" เช่น การแข่งกันดูว่าใครทำเสร็จก่อน หรือให้เลือกใช้ดินสอสีที่ชอบก่อนทำชิ้นงาน ได้ผลดีมาก เพราะเด็กจะรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่เพียงถูกสั่งให้ทำอย่างเดียว นอกจากนี้ การแบ่งเวลาทำการบ้านเป็นช่วงสั้นๆ 5–10 นาที แล้วพักขยับร่างกายจะช่วยให้เด็กไม่รู้สึกว่าการทำการบ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อจนเกินไป พ่อแม่ควรกำหนดกิจวัตรประจำวันที่มีความชัดเจน เช่น ทำการบ้านช่วงหลังอาหารเย็น แล้วให้รางวัลด้วยการอ่านนิทานก่อนนอนเพื่อสร้างแรงจูงใจด้วย สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ ต้องชมเชยความพยายามของลูกมากกว่าผลงาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ "แม่เห็นหนูตั้งใจมากเลย" หรือ "วันนี้นั่งทำการบ้านได้นานขึ้นนะ" จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าความพยายามของเขามีค่า และลดความเครียดในการทำการบ้าน ในวันที่ลูกงอแงหรือไม่อยากทำ ควรหยุดพักก่อน ไม่ควรดุหรือต่อว่าทันที เพราะเด็กอาจจะยังไม่พร้อมหรือมีความต้องการอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการตอบสนอง การให้กอดหรือหยุดทำการบ้านพักสั้นๆ จะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและพร้อมที่จะกลับมาเรียนรู้ได้ดีขึ้น สุดท้ายอย่าลืมว่า เด็กเล็กหลายคนยังไม่พร้อมที่จะนั่งทำการบ้านแบบจริงจังติดต่อกันนานๆ การเปิดโอกาสให้ลูกมีพื้นที่และเวลาในการแสดงออกอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การบ้านกลายเป็นเรื่องสนุกและไม่กดดันสำหรับทั้งพ่อแม่และลูก
