Automatically translated.View original post

5 Vegetables help build muscle🥦

🥬 1. Spinach (Spinach)

- Nitrate boosts muscle power.

- High vitamins A, C, K → muscle sensitivity rejuvenation

- It contains iron, conveys oxygen.

🥦 2.Broccoli

- Higher plant protein than conventional vegetables.

- There is Sulforaphane, reducing inflammation after exercise.

- High fiber, long time, weight control

🥗 3.kale (Kale)

- Calcium + Magnesium → Muscle shrink-loosen well

- Vitamin K helps strengthen the muscles.

- Very high antioxidants.

4. Beetroot (Beetroot)

- High nitrate → good blood flow. Ease up.

- Optimize the Vedic exercise.

- Helps reduce muscle fatigue.

🫛 5.Japanese pea (Edamame)

- High plant protein + essential amino acids

- Leucine stimulates muscle building.

- High fiber, long and full, suitable for fat control cable

👉 Fit line, don't miss. Vegetables are another important part.

Not allergic to protein and carbohydrates at all.

# Add muscle # Vegetables # Vegetables are useful

# Take care of yourself # SuperAou

1/24 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชคำว่า “ผักโขม” เพราะอยากรู้ว่ามันช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้จริงไหม จากที่เราลองปรับอาหารช่วงเวทเทรนนิ่ง คำตอบคือ “ช่วยได้ในฐานะตัวเสริม” ไม่ได้แทนโปรตีน แต่ช่วยให้ซ้อมมีคุณภาพและฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะวันที่เล่นขาหรือเล่นหนัก ทำไมผักโขมถึงเหมาะกับสายเพิ่มกล้าม - ไนเตรตตามธรรมชาติ: ร่างกายเปลี่ยนเป็นไนตริกออกไซด์ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น บางคนจะรู้สึกว่า “ปั๊ม” มาง่ายขึ้น และความอึดระหว่างเซ็ตดีขึ้น (แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับคน) - วิตามิน A, C, K: ช่วยเรื่องการฟื้นตัวและสุขภาพโดยรวม กินให้ครบมื้อช่วยให้ร่างกายพร้อมซ้อมต่อเนื่อง - ธาตุเหล็ก + โฟเลต: มีส่วนช่วยการลำเลียงออกซิเจน โดยเฉพาะคนที่กินเนื้อน้อย/ผู้หญิงบางคนจะรู้สึกต่างชัดเมื่อกินสม่ำเสมอ วิธีกินผักโขมให้เข้ากับเป้าหมาย “เพิ่มกล้าม-คุมไขมัน” (แบบที่เราทำ) 1) ปริมาณที่ทำได้จริง: เริ่มที่วันละ 1 กำมือ (สด) หรือ 1/2–1 ถ้วย (สุก) ก่อน ถ้าท้องไม่อืดค่อยเพิ่มเป็น 1–2 มื้อต่อวัน 2) จับคู่กับโปรตีนให้ครบ: ผักโขมไม่ได้โปรตีนสูงมาก แต่เข้าคู่กับอกไก่ ไข่ เต้าหู้ ปลาทูน่า หรือโยเกิร์ตกรีกได้ดี ทำให้มื้ออิ่มและได้สารอาหารครบ 3) เมนูง่าย ๆ ที่เหมาะกับคนซ้อม - ไข่คนผักโขม: ใส่เห็ด/หอมใหญ่ เพิ่มไฟเบอร์ อิ่มนาน - สมูทตี้ผักโขม: ปั่นผักโขม + กล้วยครึ่งลูก + เวย์/นมถั่วเหลือง (เหมาะหลังซ้อม) - ผัดผักโขมกระเทียม: กินคู่ข้าว/มันหวาน และแหล่งโปรตีน 4) เวลาในการกิน: ถ้าอยากเน้นความอึด บางคนเลือกกินผักโขมหรือบีทรูทก่อนซ้อมประมาณ 1–3 ชม. แต่ถ้าท้องไวง่ายให้ขยับไปเป็นมื้อก่อนหน้า หรือกินหลังซ้อมแทน ข้อควรรู้เล็ก ๆ ที่ช่วยให้กินได้สบาย - ผักโขมมีออกซาเลต: ถ้าเคยมีนิ่วบางชนิดหรือแพทย์แนะนำให้จำกัด ควรปรึกษาก่อน และอย่ากิน “ปริมาณเยอะมากทุกวัน” แบบสุดโต่ง - ล้างให้สะอาดและสลับผัก: เราชอบสลับกับบรอกโคลี เคล บีทรูท และถั่วแระญี่ปุ่น เพื่อได้สารอาหารหลากหลายและไม่จำเจ สรุปจากประสบการณ์: ถ้าโฟกัสเพิ่มกล้าม ให้คิดว่า “ผักโขมคือทีมซัพพอร์ต” ช่วยเรื่องความอึด/การฟื้นตัวและทำให้มื้ออาหารคุณภาพขึ้น แต่พื้นฐานยังต้องมีโปรตีนพอ แคลอรีพอดี และนอนให้ดี แล้วผลลัพธ์จะเห็นชัดที่สุด