เรื่องของปากกาหมึกซึม
เล่มต่อจาก ปากกา & ดินสอ แต่เราไม่เอา ชอบแค่เล่มนี้ ไม่โอเคแค่นิทานที่ต่อจากเล่มก่อนหน้า และไม่เข้าใจว่าเกี่ยวอะไรกับหมึกซึม โดยรวมข้อมูลเยอะพอสำหรับคนที่อยากลองใช้ปากกาหมึกซึม .
ส่วนเรา... และน่าจะมีบางโรงเรียนยุค 90 บังคับให้ใช้ปากกาหมึกซึม ทั้งที่สมุดเรียนไม่รองรับ (กระดาษบางขนาดนั้น‼️) แล้วนักเรียนก็จะมีปากกาลบหมึกซึมถ้าเขียนผิดที่เรียกกันว่า 'Jolly' แต่... ต้องใช้ปากกาของมัน (ภาษาพูดคือ 'นิจิ' สีน้ำเงินที่อยู่ปลายอีกด้าน) หรือปากกาลูกลื่นเขียนทับแทน 😅 ใครทันได้ใช้เหมือนกัน พิมพ์ 1 ให้หน่อยนะ
.
ปีทึ่แล้วก็บ้าซื้อปากกาหมึกซึมตามเพื่อน มีอยู่หลายแท่ง Lamy Safari, Pilot Kakuno ตามที่หนังสือแนะนำก็มีมาก่อนแล้ว Dip Pen, Glass Pen ก็มา หมึกก็พร้อม กระดาษที่รับหมึกซึมได้ก็มาแล้ว ขาดอย่างเดียว... 'อารมณ์'‼️🤣🤣🤣
.
แด่คนอยากลอง...
ปากกาหมึกซึมถูกๆ ราคาต่ำกว่า 100 (ถึงไม่บอกก็คงเดาไม่ยากว่าหามาจากไหน) เราลองมาแล้ว ผลคือทะเลาะกับปากกา‼️ บอกเลยว่า Lamy แท้พันกว่าบาทอะยอมจ่ายไปเถอะ ไม่ก็ Pilot Kakuno ไม่ถึงพันแต่เกือบใกล้กัน ติดแค่เหมาะกับคนมือเล็ก
.
ยังมีบางเรื่องที่เราทำอยู่ แต่คนเขียนเล่มนี้คงไม่ทำ ไว้ค่อยมาเล่าทีหลังละกัน ~ ถ้าไม่ลืมและไม่ขี้เกียจ ~ 555
#ปากกาหมึกซึม #รีวิวหนังสือ #นักอ่าน #เครื่องเขียน #แพงแต่คุ้ม
ปากกาหมึกซึมเป็นเครื่องเขียนที่หลายคนนิยม แต่สำหรับผมแล้วการได้ลองใช้จริงเป็นประสบการณ์ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวมากมาย เริ่มตั้งแต่ความรู้สึก "อารมณ์" ที่แตกต่างจากปากกาลูกลื่นธรรมดาอย่างชัดเจน เพราะหมึกซึมทำให้เราต้องตั้งใจเขียน น้ำหนักมือและความเร็วในการเขียนส่งผลต่อเส้นที่ออกมาอย่างชัดเจน ผมจำได้ว่าตอนเรียนหนังสือยุค 90 บังคับให้ใช้ปากกาหมึกซึม ทั้งที่กระดาษในสมุดบางมาก ไม่ได้รองรับหมึกซึมอย่างเหมาะสม ทำให้หมึกซึมไหลซึมทะลุหน้า จนต้องหาวิธีแก้ไข เช่น ใช้ปากกาลบหมึกซึมที่เรียกกันในภาษาพูดว่า 'นิจิ' หรือลูกลื่นเขียนทับ แต่ก็ไม่ค่อยสะดวกนัก หลังจากนั้นไม่นาน ผมได้ลองปากกาหมึกซึมหลายประเภท เริ่มจากรุ่นถูก ๆ ราคาต่ำกว่า 100 บาท และพบว่าการใช้งานไม่ราบรื่น มีปัญหาหมึกไหลไม่สม่ำเสมอ หรือหัวปากกาเกะกะ ทำให้เขียนลำบากไปมาก เลยตัดสินใจลงทุนกับปากกาคุณภาพอย่าง Lamy Safari และ Pilot Kakuno ซึ่งให้ประสบการณ์การเขียนที่ดีกว่า แม้ราคาจะต่างกันแต่คุ้มค่าและใช้งานได้นานกว่า การเลือกหมึกและกระดาษก็สำคัญไม่แพ้กัน ผมพบว่ากระดาษที่หนากว่าและรองรับหมึกซึมได้ดี จะช่วยลดปัญหาหมึกซึมทะลุหรือเบลอ ทำให้ลายเส้นสวยงามและเขียนได้ลื่นไหลมากขึ้น รวมถึงหมึกประเภทต่าง ๆ ก็ให้ความรู้สึกในการเขียนที่แตกต่างกัน ผมชอบหมึกสีน้ำเงินเพราะดูเป็นทางการและสะอาดตา แต่ก็ต้องลองหาหมึกที่เหมาะกับปากกาและสไตล์การเขียนของตัวเอง สุดท้าย ผมอยากแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเริ่มใช้ปากกาหมึกซึมว่า ต้องมีความอดทนและใจรักที่จะเรียนรู้ ดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เช่น การล้างปากกาเป็นประจำ เพื่อป้องกันการอุดตัน และไม่ควรใช้ปากกาถูก ๆ ที่อาจสร้างความหงุดหงิดมากกว่าความสนุก แต่ถ้าคุณได้เจอปากกาที่ "ใช่" รับรองว่าคุณจะหลงรักการเขียนด้วยปากกาหมึกซึมเหมือนที่ผมเป็นอยู่
