ร้านรับส่งพัสดุในหมู่บ้าน #พัง

#ร้านรับส่งพัสดุ ในหมู่บ้าน

เรื่องมีอยู่ว่า อยู่มาวันหนึ่งก็มี ลูกค้าแถวบ้านจะมาส่งของที่ร้านซึ่งของนั้นเป็นมะขามเปียกจำนวน 500 กิโลที่ลูกค้าได้บอกไว้ซึ่งทางเราได้ทำการตกลงกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าขอค่าขนส่งไม่เกิน 5000 บาททางเราได้คำนวณในระบบแล้วว่า 500 กิโลกรัมสามารถทำได้เพราะเราทำส่วนลดให้ลูกค้าไปประมาณ 10 ถึง 15% แต่ลูกค้าไม่มีกล่องพัสดุเองทางเราก็เลยจัดหากล่องพัสดุให้ลูกค้าซึ่งลูกค้าก็ตกลง แต่ว่าเราก็ไม่ได้บอกลูกค้าว่าค่ากล่องพัสดุไม่ได้รวมกับค่าขนส่งซึ่งเราคิดว่าลูกค้าไม่น่าจะพูดยาก ก็ตกลงกับลูกค้าไปทางเราก็ได้ไปขนมะขามที่บ้านลูกค้าเป็นจำนวน 56 ถุง เราก็ได้นำมาชั่ง-แพ็ค ที่ร้านปรากฏว่าทั้งหมดไม่ใช่ 500 กิโลกรัมทั้งหมดคือ 560-เกือบ600กิโลกรัม ทางเราจะได้ทำการแพ็คให้ลูกค้าได้ทั้งหมด 28 กล่องในหนึ่งกล่องจะมีสองถุงถุงละ 10 กิโลซึ่งหนึ่งกล่องรวมกันแล้วก็จะเป็น 21 ถึง 22 กิโลไม่ใช่ 20 กิโลเพราะว่าลูกค้าไม่ได้ใส่มา 10 กิโลเป๊ะเค้าใส่มา 10 กิโลกว่า ทางเราก็ได้เสนอลูกค้าไปว่าถ้าลูกค้าอยากได้งบไม่เกิน 5000 ลูกค้าก็ต้องเอาพัสดุออกให้เหลือจำนวนเท่านี้ซึ่งลูกค้าไม่ยอม ทางเราก็เลยหาวิธีหนึ่งก็คือโกงน้ำหนักให้ลูกค้าแต่คำนวณออกมาแล้วก็มากกว่า 5000 บาทรวมทั้งหมดทั้งกล่องอยู่ในราคา 6800 กว่าบาททำการลดให้ลูกค้าไป 15% แล้วลูกค้าก็ยังไม่ยอม ทางเราก็เลยตัดสินใจโทรไปหาปลายทางหรือผู้รับซึ่งเค้าเป็นลูกหลานของผู้ส่งได้โทรไปไกลเกลี่ยได้โทรไปบอกว่าขอให้ลูกค้าจ่ายเพิ่มอีก 1800 บาทซึ่งลูกค้าไม่ยอมเช่นกันบอกว่าไม่รู้เรื่องทางบ้านไม่ได้พูดคุยกัน ทางเราก็เลยให้ลูกค้าไปคุยกันเองว่าจะเอายังไงทางเราก็รอทางปลายสายโทรมา สรุปคือไม่ส่งทีนี้ทางเราก็เลยเสียหายหนักมาก ก็เลยเรียกร้องค่ากล่องไปและค่าน้ำมันไปที่ไปยกมาเพราะเป็นพัสดุที่หนักมาก ก็ทำการไกล่เกลี่ยกันได้แต่สิ่งที่เราเสียความรู้สึกเสียเวลาไปทั้งหมดนั้นบอกเลยว่าเงินที่ลูกค้าให้มาไม่คุ้ม แต่ก็ปิดจบได้เท่านี้

นี่คือประสบการณ์การเปิดร้านขนส่งที่ใจดีกับลูกค้ามากเกินไป เพราะเป็นคนบ้านเดียวกันก็เลยไม่อยากจะอะไร จริงๆแล้วการส่งของลูกค้าต้องมาส่งเองต้องแพคเองหรือว่าถ้าจะให้ทางร้านแพ็คก็มีค่าบริการอีกต่างหาก ต่อจากนี้ไปก็จะเปลี่ยนระบบการรับ ส่งพัสดุใหม่ก็จะแจ้งลูกค้าให้ชัดเจนมากกว่าเดิม จะไม่รับปากส่งๆ

เเอ๊ะ!! ลืมบอก ไม่รู้ว่าลูกค้าไปคุยกับขนส่งอะไรซักอย่างนี่แหละว่า เขาเหมาให้เป็นจำนวนเงิน 3000 จากภาคเหนือลงอีสานไม่รู้เหมือนกันว่าทางขนส่งไหนรับนะคะ ค่าน้ำมันไปก็ไม่คุ้มแล้วค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นขนส่งรัฐวิสาหกิจนะคะ

ขอจบการรีวิวลูกค้าเพียงเท่านี้ค่ะ วันหลังก็ส่งเอง ขนเองแพ็คเองนะคะ หรือจะให้ทางร้านทำให้เราก็มีค่าบริการค่ะขอบคุณค่ะ อาจจะด้วยความผิดของเราด้วยเพราะ เราชะล่าใจเกินไป และไปบอกค่าขนส่งกับลูกค้าแบบนั้นโดยไม่บอกละเอียดก็เลยเป็นการสื่อสารที่พัง จะขอปรับปรุงและแก้ไขใหม่นะคะถือว่าเป็นประสบการณ์ของการเปิดร้านรับส่งพัสดุในหมู่บ้านค่ะ #ขอฝากร้านด้วยนะค่ะจะแก้ไขปรับปรุงให้ดีค่ะ @อำเภอ เชียงคำ ร้านขายของชำแม่รุ้ง รับส่งพัสดุทั่วไทย @บ้านหัวทุ่ง

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้เปิดร้านรับส่งพัสดุในหมู่บ้าน และได้เจอกับเคสการส่งมะขามเปียกจำนวนมากถึง 500 กิโลกรัม ทำให้ผมเห็นความสำคัญของการสื่อสารและการบริหารจัดการที่ชัดเจนกับลูกค้าเป็นอย่างมาก ในการให้บริการรับส่งพัสดุ การตั้งราคาค่าขนส่งที่เหมาะสมต้องอิงกับน้ำหนักจริงของพัสดุรวมทั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่ากล่องใส่พัสดุและค่าน้ำมัน นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเผื่อกรณีที่น้ำหนักที่ลูกค้านำมาส่งเกินกว่าที่ตกลงไว้ด้วย เพราะถ้าไม่มีการแจ้งเตือนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งได้ง่าย การที่ร้านค้าดูใจดีกับลูกค้าที่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน อาจทำให้ละเลยรายละเอียดสำคัญต่างๆ แต่จากเหตุการณ์นี้ ร้านเรียนรู้ว่าการกำหนดเงื่อนไขและราคาที่ชัดเจน โปร่งใส และการแจ้งให้ลูกค้าทราบทุกขั้นตอนตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งการมีค่าบริการสำหรับการแพ็คพัสดุเพิ่มเติมเมื่อร้านเป็นผู้รับผิดชอบจะช่วยให้เกิดความชัดเจนด้านต้นทุนและความคุ้มค่า ส่วนกรณีที่ลูกค้าไปพูดคุยค่าขนส่งกับบริษัทขนส่งต่างหากและได้ราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ร้านค้าก็ต้องเตรียมมาตรการในการติดตามและประสานงานเพื่อให้การส่งพัสดุสำเร็จลุล่วงอย่างถูกต้อง และลดปัญหาความเสียหายระหว่างขนส่ง สำหรับผู้อ่านที่สนใจเปิดร้านรับส่งพัสดุในพื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชน อาจนำประสบการณ์นี้ไปปรับใช้เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านการสื่อสารกับลูกค้า การบริหารจัดการน้ำหนักและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการกำหนดนโยบายรับส่งพัสดุอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าได้อย่างยั่งยืน