‘ณัฐชา’ เหน็บ ‘อนุทิน’ ปมน้ำมันหาย บอกวันนี้ แต่โกหกตั้งแต่เมื่อวาน เคยพูดไม่มี ‘ไอ้โม่ง’ ซัดตั้ง 'รมว.คมนาคม' ดูแล ‘วิกฤตพลังงาน’ เหมือนให้เสือหิว ไปเฝ้าเขียงเนื้อ ‘รัฐบาล’ เห็นวิกฤตเป็นโอกาส ให้พวกพ้อง “รวยจนอ้วก”

.

การประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระด่วน การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตั้งแต่ฟังคำแถลงนโยบายมา 5 ครั้ง หากหลับตาฟัง ถือว่าครั้งนี้ทำได้ดี เห็นภาพ มองแล้วมีอนาคต หลับตาฟังเพลิน ๆ แล้วรู้สึกอนาคตจะสดใส แต่พอลืมตาแล้วนั้น เจอหน้านายกรัฐมนตรีคนเดิม มันหมดความน่าเชื่อถือ ว่าที่ฟังดูดี มันจะเป็นจริงได้หรือไม่

.

หากบอกว่าการทำงาน ต้องไปฝึกงานลองก่อน 4 เดือน รอบที่แล้วตนเองพูดได้ เพราะว่าเป็นคนเสนอ เป็นคนโหวตให้ทดลองงานก่อน ถ้าเป็นเด็กฝึกงานแบบนี้ เรียกว่าฝึกได้กลางทางแล้วหนีกลับบ้าน เพราะผ่านไป 2 เดือน ไม่ทำอะไรเลย

.

สิ่งที่มอบหมายภารกิจไว้ตามเอ็มโอเอ ท่านไม่ทำ อุตส่าห์มอบหมายงานที่ง่ายที่สุด คือไปควบคุมเสียงทั้งสภาบนและสภาล่าง ตนเองคิดว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีเทคนิควิชาทำเรื่องนี้ได้เชี่ยวชาญที่สุด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

.

ณัฐชา กล่าวต่อว่า อาจจะเป็นเพราะคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนเขาต้องการ อาจไม่ใช่ความต้องการของประชาชนหรือไม่ แต่สุดท้ายวันนี้เสียงของประชาชนตะโกนดัง ๆ กึกก้องทั้งประเทศ 21,621,638 เสียง นี่คือเสียงตะโกนของประชาชน ว่าเขาต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนต้องแก้ไข และไม่ใช่แค่เสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วย

.

มันเป็นเสียงที่มาจากทุกพรรค และประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องการ แต่ท่านไม่ได้ยินเสียงตะโกนของประชาชนทั้งประเทศ ท่านได้ยินแต่เสียงกระซิบเบา ๆ ของคนบางคนในบุรีรัมย์ แล้วนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ เราจะอยู่กันอย่างไร ในวันเริ่มต้นการทำงานไม่มีแม้แต่คำเดียวว่าความต้องการของคนกว่า 21 ล้านคน จะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างไร ให้โอกาสพูดสักนิด ก่อนจะจบคืนนี้ ไปขอเริ่มต้นโอกาสการทำงานที่ดีกว่านี้หน่อย

.

ณัฐชา กล่าวอีกว่า คาแรกเตอร์ท่าทางดูไม่น่าเชื่อถือ ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้ มีนโยบายหนึ่งที่เขียนบอกว่า จะเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อยากให้ประเทศไทยเป็นห้องอาหารโลก มีความมั่นคงหลากหลายในเรื่องอาหาร ที่จะเป็นจุดเด่น

.

แต่ทราบหรือไม่ว่า ประชาชนที่รู้นโยบายนี้ ตกใจ วันนี้ปัญหาปลาหมอคางดำ กัดกินแม่น้ำลำคลองไปหมดแล้ว ปลาท้องถิ่น สายพันธุ์ธรรมชาติ ไม่มีแล้ว ท่านจะนำพานโยบายห้องอาหารโลก ไปในทิศทางไหน เพราะในแม่น้ำลำคลองของบ้านเรา มีแต่ศัตรูที่กำลังกัดกินชีวิตพี่น้องคนไทย

.

ณัฐชา กล่าวอีกว่า ที่บอกว่าจะทำพยาบาลอาสา ที่พูดมาดูดี แต่จะไปต่อได้หรือไม่ ในทางการเมือง และนักวิเคราะห์ทางการเมือง บอกว่าที่ผ่านมาใช้องคาพยพอาสาสมัคร จึงยกระดับเรื่องพวกนี้อำนวยความสะดวกคนที่ทำภารกิจทางการเมืองของท่านให้ไปทำงาน

.

ตนเองไม่ได้ปรามาส เพราะหากมีความตั้งใจที่จะดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ไปดูตัวอย่างผู้ปฏิบัติของกระทรวง พม. ที่ทำไปแล้ว พยาบาลอาชีพ ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้กลับมาคิดชื่อใหม่ เอามาทำในกระทรวงที่ดูแลเองแล้วเปลี่ยนผ่าน ยกระดับ เขียนนโยบายแบบนี้ มองจากดาวอังคารมาก็รู้ ว่าหวังประโยชน์อื่นใด มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่

.

วิธีการการเขียนแบบนี้ดูเป็นการบริหารแบบร่วงโลกกินรวบบาปบนคราบน้ำตาของประชาชน เพราะคนรอบข้างรอบตัว ไม่ใช่แค่นายกรัฐมนตรีอย่างเดียว มักมีความสามารถพิเศษที่สามารถเห็นวิกฤตเป็นโอกาส ใช้วิกฤตที่พี่น้องประชาชนกำลังอด “อด จน ตาย” แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้พวกพ้อง “รวยจนอ้วก”

.

ตั้งแต่วิกฤตโควิด ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย และวัคซีน สุดท้ายโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการ พอมาวิกฤตนี้เรียกว่า ตายทั้งเป็น เพราะน้ำมันแพงเป็นชนวนเหตุให้เดินหน้าไปในทิศทางอื่นไม่ได้

.

ณัฐชา ระบุว่า วิธีการบริหารจัดการของท่านเป็นภาพลักษณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อมั่น และเชื่อถือผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ได้ คิดดูว่าเขายิงกันที่ตะวันออกวันเดียว วันรุ่งขึ้นประเทศไทย และเอเชียโกลาหล นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ทำอะไร ก็วิกฤตแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อมั่นเชื่อใจว่าคน ๆ นี้จะบริหารสถานการณ์วิกฤติอย่างไร

#ณัฐชาบุญไชยอินสวัสดิ์ #พรรคประชาชน #แถลงนโยบายรัฐบาล #เทรนด์วันนี้

4/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามสถานการณ์การเมืองและนโยบายรัฐบาลในช่วงวิกฤตต่างๆ ผมเห็นว่าเสียงวิจารณ์จาก ‘ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์’ สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนในหลายประเด็นจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศและนโยบายที่ไม่ชัดเจน เช่น วิกฤตพลังงานที่ขาดการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทางจนถึงประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ นโยบายเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร เช่น การสร้าง “ห้องอาหารโลก” นั้น แม้จะฟังดูดีในแผนงาน แต่กลับไม่สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริง เช่น ปัญหาปลาหมอคางดำและระบบนิเวศในแม่น้ำลำคลองที่เสี่ยงสะสม ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลงและกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างแท้จริง พยาบาลอาสาที่กล่าวถึงในนโยบายก็ยังเป็นคำถามว่ามีผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างไร หรืออาจเป็นเพียงการสื่อสารเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น เรื่องเสียงประชาชนที่มากถึงกว่า 21 ล้านเสียงที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเปลี่ยนแปลงรวมถึงความต้องการที่หลากหลายจากทุกพรรคการเมือง ถือเป็นข้อเท็จจริงที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญและนำไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งหมดนี้คือสัญญาณเตือนที่สะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง และรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ใช่เพียงแค่การแถลงนโยบายที่ดูดีบนโต๊ะประชุมเท่านั้น จากประสบการณ์การติดตามสถานการณ์การเมือง ผมเห็นว่าการจัดการวิกฤต และการรับฟังความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงคือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงในประเทศ มิเช่นนั้น ปัญหาจะสะสมและกลายเป็นวิกฤตที่ยากจะแก้ไขในอนาคต