8/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเล็ง Bioderma Sébium H2O Micellar Water (Sébium H2O) อยู่ เพราะเป็นคนผิวมัน เป็นสิวง่าย เราอยากแชร์วิธีใช้ให้ได้ผล “เช็ดสะอาดแบบไม่ทำร้ายผิว” จากที่ลองใช้เองค่ะ รุ่นนี้เด่นตรงที่เป็นไมเซลล่าวอเตอร์ที่มี Zinc + Copper ซึ่งโดยฟีลจะช่วยเรื่องความมันส่วนเกินและความสบายผิวหลังเช็ด ทำให้เหมาะมากกับวันที่แต่งหน้าเบา ๆ หรือทากันแดดแล้วอยากล้างออกแบบไม่ต้องถูแรง 1) เช็ดให้ถูก ไม่งั้นเหมือนเช็ดไม่ออก หลายคนใช้คลีนซิ่งวอเตอร์แล้วบ่นว่าอุดตัน/สิวขึ้น ทั้งที่จริงอาจเป็นเพราะ “สำลีไม่ชุ่มพอ” หรือ “ถูไปมาแรง ๆ” วิธีที่เวิร์กคือเทให้สำลีชุ่มแบบพอดี ๆ แล้ววางแปะบนผิว 5–10 วินาที (โดยเฉพาะแก้ม หน้าผาก หรือบริเวณที่ลงกันแดดหนา) จากนั้นค่อยเช็ดออกในทิศทางเดียว จะรู้สึกว่าคราบออกง่ายขึ้นและผิวไม่ระคายเคือง 2) ต้องเช็ดกี่รอบถึงจะพอ? สำหรับวันทากันแดด/แต่งหน้าบาง ๆ เรามักใช้ 2 รอบค่ะ - รอบแรก: เอาออกแบบคร่าว ๆ ให้คราบกันแดด/ฝุ่นหลุด - รอบสอง: เก็บงานจนสำลี “เกือบขาว” ถ้าแต่งหน้าจัดหรือกันน้ำมาก ๆ แนะนำให้เพิ่มอีกรอบหรือใช้รีมูฟเวอร์เฉพาะจุดที่ตา/ปากก่อน แล้วค่อยตามด้วย Bioderma Sébium H2O จะสบายผิวกว่า 3) หลังเช็ดต้องล้างน้ำไหม? ส่วนตัวถ้าวันไหนผิวเริ่มมีสิวอุดตันง่ายหรืออยู่ในวันที่เหงื่อเยอะ เราจะล้างต่อด้วยเจลล้างหน้าอ่อน ๆ (double cleanse) เพื่อความชัวร์ แต่ถ้าอยู่บ้านไม่แต่งหน้าและผิวไม่ได้เหนอะมาก บางวันเช็ดแล้วล้างน้ำเปล่าตามก็โอเคค่ะ จุดสำคัญคืออย่าปล่อยให้มีคราบหลงเหลือบนผิว 4) เหมาะกับใครที่สุด เราให้รุ่นนี้เหมาะกับคนที่: - ผิวมัน/ผสม และเป็นสิวง่าย - ชอบความรู้สึกหลังเช็ดที่ไม่มัน ไม่หนึบ - มองหาคลีนซิ่งวอเตอร์ที่ใช้ทุกวันได้ 5) ทริคเล็ก ๆ ให้คุ้มขึ้น เก็บขวดไว้ใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง/หัวเตียง จะช่วยให้ไม่ขี้เกียจเช็ดก่อนนอน และถ้ามีคูปองในตะกร้าก็ยิ่งคุ้มค่ะ (เราเคยได้ราคาดีมาก) โดยรวม Bioderma Sébium H2O เป็นคลีนซิ่งที่หยิบใช้บ่อยในวันที่อยากคลีนผิวแบบง่าย ๆ แต่ยังเน้นความสะอาดและไม่ทำให้ผิวมันเพิ่ม