🍋Today you weigh in. Still🍋
ถ้าคุณเป็นสาย “แวะชั่งน้ำหนักหน้าเซเว่น” เหมือนเรา ขอบอกว่ามันสะดวกมาก แต่จะให้ตัวเลขมีความหมายจริง ๆ ต้องชั่งให้ถูกวิธีและเทียบกับตารางให้เป็นค่ะ 1) ชั่งน้ำหนักหน้าเซเว่นให้ใกล้เคียงที่สุด - เลือกชั่งเวลาเดิม ๆ: เราชอบชั่งตอนเช้า หลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินข้าว จะนิ่งสุด - เสื้อผ้า/ของในกระเป๋า: ถ้าใส่รองเท้าหนัก ๆ หรือพกของเยอะ ตัวเลขจะเพิ่มได้ง่าย ลองชั่งแบบ “เบาที่สุด” เท่าที่ทำได้ - ยืนให้ถูกท่า: ยืนตรง เท้าสองข้างวางกลางเครื่อง ไม่เกร็ง ไม่ขยับไปมา รอจนตัวเลขคงที่ - ชั่งซ้ำ 2 ครั้ง: ถ้ามีเวลา ลองชั่งติดกัน 2 รอบ ถ้าต่างกันมาก แปลว่าเรายืนไม่คงที่หรือเครื่องอาจไม่เสถียร 2) เช็คน้ำหนักด้วย “ตารางเช็คน้ำหนักตามส่วนสูง” อ่านยังไง? จากภาพตารางจะมีช่วงส่วนสูงประมาณ 140–185 ซม. แล้วแบ่งโซนให้เห็นชัด ๆ ว่า “ผอมไป” กับ “เริ่มอ้วน” อยู่ที่น้ำหนักประมาณไหน - เริ่มจากดูส่วนสูงของตัวเอง (ซม.) - ไล่ไปที่แถวเดียวกัน แล้วเทียบกับคอลัมน์น้ำหนัก - ถ้าน้ำหนักต่ำกว่าคอลัมน์ผอมไป = มีโอกาสผอมเกิน/มวลกล้ามเนื้อน้อย - ถ้าน้ำหนักอยู่กลาง ๆ = มักอยู่ในโซนกำลังดี - ถ้าน้ำหนักแตะคอลัมน์เริ่มอ้วนหรือเกิน = เริ่มมีความเสี่ยง ควรดูพฤติกรรมกินและการขยับตัวเพิ่ม 3) ทำไมบางวันชั่งแล้วขึ้น/ลง 0.5–2 กก.? อันนี้เราเคยตกใจมาก แต่จริง ๆ เป็นเรื่องปกติ เช่น - โซเดียม/ของเค็ม ทำให้ตัวบวมน้ำ - รอบเดือน การนอนน้อย ความเครียด - ออกกำลังกายหนัก กล้ามเนื้ออักเสบกักน้ำ - กินดึกหรือยังไม่ถ่าย ดังนั้นอย่าเพิ่งสรุปว่าตัวเอง “อ้วนขึ้น” จากวันเดียว แนะนำดูเป็นค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์แทนค่ะ 4) ทริคตั้งเป้าแบบทำได้จริง - ถ้าอยู่โซนเริ่มอ้วน: เราจะเริ่มจากลดน้ำหวาน/ชานม 3–4 วัน/สัปดาห์ + เดินให้ได้ 7,000–10,000 ก้าว - ถ้าอยู่โซนผอมไป: เน้นเพิ่มโปรตีนทุกมื้อ (ไข่ นม โยเกิร์ต อกไก่ เต้าหู้) และเวทเทรนนิ่งเบา ๆ เพื่อเพิ่มมวลกล้าม สุดท้าย ถ้าคุณกำลังหา “รูปชั่งน้ำหนัก” หรือ “ตารางเช็คน้ำหนัก” เพื่อเช็คว่าเราอยู่โซนไหน แนะนำให้ใช้ตารางนี้คู่กับการชั่งเวลาเดิม ๆ แล้วจดบันทึกไว้ จะเห็นแนวโน้มชัดกว่าและไม่เครียดกับตัวเลขรายวันค่ะ
