เพิ่มเติม
#ในสภาวะที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน การตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะ #ตรึงราคา หรือ #ปล่อยตามกลไกตลาด ล้วนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อประชาชน หากรัฐเลือกการตรึงราคา ประชาชนอาจรู้สึกผ่อนคลายในระยะสั้นเพราะค่าครองชีพไม่กระโดดสูงขึ้นทันที แต่ในระยะยาวภาระหนี้สาธารณะจากกองทุนน้ำมันจะกลายเป็นระเบิดเว ลาที่ย้อนกลับมาบั่นทอนงบประมาณพัฒนาประเทศในส่วนอื่น ในทางกลับกัน หากปล่อยราคาให้ไหลไปตามกลไกตลาด
#ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะช็อกทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจะถูกผลักภาระมายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทันที ทำให้เงินในกระเป๋าของประชาชนมีค่าลดลงและเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงไปทั่วทุกหย่อมหญ้า!!😎
#บทบาทหน้าที่ของรัฐบาล จึงไม่ใช่เพียงการเลือกข้างใดข้างหนึ่งแล้วปล่อยวาง แต่คือการ "บริหารจัดการวิกฤต" (Crisis Management) อย่างมืออาชีพ หากรัฐจำเป็นต้องปล่อยราคาตามกลไกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลัง รัฐมีหน้าที่ต้องกางแผนการรับมือที่ชัดเจนและจับต้องได้
➡️ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อบรรเทาแรงกระแทก
➡️ หรือการใช้เทคโนโลยีโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการขนส่งสินค้าจำเป็น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาอาหารและของใช้พุ่งสูงจนเกินรับไหว
➡️ รวมถึงการใช้กฎหมายควบคุมราคาอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน
รัฐบาลต้องตระหนักว่าการตัดสินใจเลือกทางนี้ของรัฐบาล อาจทำให้ประชาชนแบกรับค่าครองชีพไม่ไหว มักนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมและการเกิด ซึ่งมีพลังมหาศาลในการสั่นคลอนฐานเสียงและความเชื่อมั่นของพรรคแกนนำรัฐบาล แม้รัฐบาลจะสามารถใช้กลไกอำนาจควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่การสูญเสียความศรัทธาและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจประชาชนจะกลายเป็นบาดแผลทางเมืองที่รักษาไม่หาย
การบริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤต รัฐต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างที่สุดในการปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชน หากรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาตัวเองอาจเป็นทางออกที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ ที่ดีที่สุดค่ะ













