ปรับ Mindset การเรียนรู้ให้ไม่เหนื่อย และหมดไฟ

เหตุเกิดมาจากเราไปเจอโพสต์นึงที่เล่าว่าคนยุคใหม่อ่านหนังสือสนุกน้อยลง เพราะสนุกกับการอ่านน้อยลง มันทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่าทำไมช่วงหลังๆ การอ่านหนังสือ และะการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ถึงไม่สนุกเหมือนตอนเด็ก แล้วก็เลยสังเกตได้ว่าตอนเด็กเราอ่านเพราะเราสนใจ หรือสนุกกับการเรียนรู้ แต่พอโตขึ้นการอ่านและการเรียนรู้เต็มไปด้วยการประเมินคุณค่า เช่น แทนที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ เอาเวลาไปอ่านอีกเล่มเป็นการพัฒนาตัวเองดีกว่า หรือแทนที่จะเรียนเรื่องนี้เอาเวลาไปเรียนอีกเรื่องดีกว่า คือมันจะมีการชั่งตวง วัดคุณค่าสิ่งต่างๆแบบ rational อยู่ตลอดเวลา ซึ่งการมองโลกแบบอรรถประโยชน์นิยม หรือยึดประโยชน์เป็นหลักก็ไม่แปลกที่จะทำให้เราทำสิ่งที่ฝืนต่อความชอบ หรือแม้แต่กระทั่งรู้สึกผิดในสิ่งที่ชอบนั้น ยิ่งโลกสมัยใหม่การขายวิกฤติ(หรือความกลัว) ก็เป็นสิ่งที่มีมาตลอด เช่น สมัยก่อนเราเป็นคนชอบเรื่องเอไอ แต่ปัจจุบันการดูข่าวจากหลายสำนักที่บอกว่าถ้าไม่เรียนเอไอจะตกงาน มันดันเปลี่ยนการเรียนเพราะสนใจ เป็นการเรียนเพราะกลัว (เปลี่ยนจากการเรียนด้วยความชอบ เป็นเรียนด้วยความกลัว) มันเลยทำให้เรารู้สึกหมดสนุกกับมัน จนกระทั่งพอเรารู้ตัว เราก็เลยพยายามเปลี่ยนมายเซ็ตตัวเอง เพื่อให้การเรียนรู้สิ่งต่างๆสนุกขึ้น ก็เลยอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ลองนำไปปรับใช้กัน 🤭

2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการปรับ Mindset ในการเรียนรู้เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยหรือหมดไฟกับการเรียนรู้อย่างที่หลายคนประสบปัญหา การตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรากำลังเรียนรู้อะไร และเพื่ออะไร จะช่วยให้เข้าใจจุดมุ่งหมายของเราได้มากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากการเรียนรู้ด้วยความกลัวว่าจะตามคนอื่นไม่ทัน หรือจะตกงานเหมือนที่สังคมยุคใหม่มักย้ำกันอย่างหนัก จากเนื้อหาที่พูดถึง การเรียนรู้อยู่บนฐานของความสนใจและความสุขจริง ๆ จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนกว่า การเรียนรู้โดยถูกบีบคั้นด้วยการประเมินคุณค่าแบบอรรถประโยชน์นิยม (utilitarian mindset) หรือการถูกจำกัดด้วยการแข่งขันและความกลัวที่สังคมสร้างขึ้น เช่น กลัวไม่เก่ง กลัวตกเทรนด์ จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกกดดันและเหนื่อยง่าย ซึ่งทำให้เกิดอาการหมดไฟได้ไม่ยาก นอกจากนั้น OCR ยังแสดงให้เห็นว่าคนเราเรียนรู้ภาษา ดนตรี หรือวิชาต่าง ๆ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น การเรียนภาษาเพราะอยากสื่อสารได้ดีขึ้น หรือเรียนดนตรีเพราะรู้สึกสนุกและอยากแต่งเพลงเป็นของตัวเอง แทนที่จะเรียนเพราะอยากดูเก่ง หรือเป็นที่ยอมรับในสังคม ดังนั้น การปรับ Mindset จึงควรเริ่มจากการวางความคาดหวังและเป้าหมายด้วยตัวเองอย่างชัดเจน เช่น เรียนรู้เพราะอยากเข้าใจและสนุกกับสิ่งนั้นจริง ๆ มากกว่าจะเรียนเพราะกลัวหรือเพื่อผลลัพธ์ที่ผู้อื่นคาดหวัง จากนั้นลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราเรียนสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร และสิ่งที่เราสนใจจริง ๆ คืออะไร รวมถึงระวังตกหลุมพรางของสังคมที่มักนำเสนอความกลัวมาขายวิกฤติเพื่อสร้างแรงกดดัน การเรียนรู้ด้วยความสนุกและความอยากรู้อยากเห็นจะช่วยให้เราเสพสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างแท้จริงและไม่รู้สึกเหนื่อย นอกจากนี้ ยังช่วยให้เราสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเราและปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ได้ตามสถานการณ์อย่างยืดหยุ่นและพอดี เช่น การเรียนรู้ AI ควรเริ่มจากความสนใจจริง ๆ ก่อนที่จะขยับไปสู่การพัฒนาทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล สุดท้าย การรักษาความสมดุลระหว่างความสนุกและเป้าหมายทางสังคม พร้อมหลีกเลี่ยงการตั้งความคาดหวังต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป จะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้อย่างมีความสุขและสร้างความมั่นใจในตัวเองได้ในระยะยาว

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Tita Tuchinda
Tita Tuchinda

ใช่ การหาเหตุผลสําคัญมาก

ดูเพิ่มเติม(1)