รีวิวหนังสือ Accounting 101
เกริ่นนำ🌻🌥️
การเริ่มอ่านหนังสือ อยากวิเคราะห์งบการเงินเก่งขึ้นในการทำงานของเรา และอ่านงบการเงินในตลาดหลักทรัพย์เพื่อลงทุนเล็กๆน้อยๆ
สรุปหนังสือเล่มนี้เลยนะคะ 🛎️
1. เป็นการเกริ่นความสำคัญของบัญชี เล่าอดีต จนถึงปัจจุบัน
คิดว่าเป็นหนังสือที่เหมาะกับคนที่ตั้งคำถามว่า “บัญชีสำคัญยังไง“ เค้าอธิบายไว้หมดค่ะ
2.ภาพรวมกว้างๆ ของหมวดบัญชีที่มี 5 หมวด แต่กฎหมายจะอิงไปทางอเมริกาค่ะ เพราะเป็นหนังสือแปล
3. การอธิบายจะบอกเล่า สมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของค่ะ, ค่าใช้จ่าย ต้นทุน รายได้
และอธิบายแบบ บัญชีคุยกับลูกค้า ไม่ใช่บัญชีคุยกับบัญชีค่ะ
4.แต่ภาพรวมที่อ่านแล้ว รู้สึกก็โอเคนะ คือการอธิบายงบการเงิน 3 งบ
4.1 งบกำไรขาดทุน สมการ รายได้- ค่าใช้จ่าย = กำไร(ขาดทุน) การมองหา กำไรขั้นต้น หรือการดูรายการที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายของเรา หรือซื้อต้นทุนมาแพง หรือถูก อะไรทำนองนี้
4.2 งบแสดงฐานะทางเงิน ดู3 หมวดบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ แยกย่อยต่างๆ ของสินทรัพย์ หมุนเวียน ไม่หมุนเวียน ,หนี้สินหมุนเวียน ไม่หมุนเวียน
4.3 งบกระแสเงินสด อธิบายทางตรงและทางอ้อม ในการจัดทำงบกระแสเงินสด
และการอธิบายของความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกบัญชีและรายละเอียดต่างๆ ซึ่งเป็นการบรรยายให้เห็นภาพที่ควรอ่านในตอนเช้า เพราะสมองยังแล่นอยู่ อ่านตอนเย็นคือไม่ไหว สมาธิหายค่ะ แต่ก็แล้วแต่คนนะ 🥳
สรุป แบบบทสรุป 🌥️⭐️✨
🧓เหมาะกับคนที่กำลังทำธุรกิจของตัวเอง การเริ่มต้น การตั้งคำถามที่ทำไมฉันต้องทำ อะไรแบบนี้ เราว่าควรอ่านนะ เพราะมันอธิบายถึงความจำเป็น และผลกระทบที่ตามมาได้แบบเห็นภาพ
🥸 ส่วนเราทำไมถึงอ่าน เพราะเราคิดว่าเราอยากอธิบายให้แผนกอื่นๆ เข้าใจในการทำงานของเรา พูดภาษาง่ายๆ ให้คนเข้าใจ และบางอย่างที่อยากรู้เพิ่มเพื่อที่จะไปต่อในหนังสืองบการเงินแบบเจาะลึกขึ้นไปอีกค่ะ นี่คือความตั้งใจของเรา 🥰🌹
💵 ราคา: 390.-
หากใช้ส่วนลด Shopee ไ ด้มาในราคา 230.-
จึ้งอกจึ้งใจ จริงๆ
ถ้าคุณเสิร์ช “Accounting 101” แล้วลังเลว่าเล่มนี้เหมาะกับมือใหม่แค่ไหน เราขอสรุปมุมที่ช่วยตัดสินใจแบบคนอ่านจริง ๆ เพิ่มเติมจากที่เล่าไว้ค่ะ สิ่งที่เราชอบของ Accounting 101 คือโทนการอธิบาย “บัญชีคุยกับคนทั่วไป” มากกว่าการท่องศัพท์บัญชีล้วน ๆ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มจากคำถามพื้นฐาน เช่น บัญชีจำเป็นยังไงกับชีวิต/ธุรกิจ/การลงทุน แล้วค่อยต่อยอดไปอ่านเล่มที่ลงดีเทลงบการเงินเชิงลึกภายหลัง เนื้อหาหลักที่มือใหม่ควรจับให้ได้หลังอ่านจบ 1) สมการบัญชี (สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ) เราใช้สมการนี้เป็นเข็มทิศเวลาอ่านงบฐานะการเงินมาก ๆ เช่น เห็นบริษัทมี “สินทรัพย์” โตขึ้น ต้องถามต่อว่าโตเพราะกู้เพิ่ม (หนี้สินเพิ่ม) หรือกำไรสะสมเพิ่ม (ส่วนของเจ้าของเพิ่ม) 2) เข้าใจ 3 งบการเงินและความเชื่อมโยง - งบกำไรขาดทุน: ดูรายได้ ค่าใช้จ่าย ต้นทุน เพื่อเข้าใจว่า “กำไร” มาจากการขายจริง ๆ หรือเกิดจากรายการพิเศษ - งบแสดงฐานะทางการเงิน (งบดุล): ดูโครงสร้างสินทรัพย์หมุนเวียน/ไม่หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน/ไม่หมุนเวียน เพื่อประเมินสภาพคล่องและภาระหนี้ - งบกระแสเงินสด: อันนี้ช่วยมากเวลาบริษัทกำไรสวย แต่เงินสดไม่เข้า เพราะจะเห็นชัดว่าเงินสดมาจากดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน ทริคอ่านให้ได้ประโยชน์ (จากประสบการณ์เรา) - อ่านแล้วลอง “แปลเป็นภาษาคน” ทุกย่อหน้า เช่น สภาพคล่องคือเงินหมุนทันไหม หนี้สินหมุนเวียนคือภาระที่ต้องจ่ายเร็วแค่ไหน - จดคำสำคัญไว้ 1 หน้า เช่น สินทรัพย์, หนี้สิน, ส่วนของเจ้าของ, ต้นทุน, ค่าใช้จ่าย, รายได้, กระแสเงินสดทางตรง/ทางอ้อม แล้วค่อยกลับมาทบทวน - ถ้าอ่านตอนดึกแล้วง่วง ให้สลับไปอ่านส่วนตัวอย่างหรือสรุปก่อน เพราะเล่มแนวนี้สมาธิสำคัญจริง เหมาะกับใคร - คนเริ่มทำธุรกิจ/ฟรีแลนซ์ที่อยากรู้ว่า “ต้องทำบัญชีไปทำไม” และถ้าไม่ทำจะกระทบอะไร - คนทำงานออฟฟิศที่ต้องคุยกับฝ่ายบัญชี/การเงิน และอยากเข้าใจงบการเงินแบบไม่งง - มือใหม่ลงทุนที่อยากเริ่มอ่านงบจากศูนย์ (เข้าใจคำพื้นฐานก่อนค่อยไปงบเจาะลึก) ส่วนเรื่องรายละเอียด เล่มนี้เป็นหนังสือแปล บางช่วงจะอิงบริบทต่างประเทศอยู่บ้าง แต่แก่นเรื่องสินทรัพย์ ภาษี สภาพคล่อง หนี้สิน และการอ่านงบการเงินยังเอามาปรับใช้ได้ค่ะ ถ้าอ่านจบแล้วอยากไปต่อ เราแนะนำให้เลือกเล่มที่เน้นการ “วิเคราะห์งบ” เพิ่ม เพื่อฝึกดูตัวเลขจริงจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

