ทำไมขยายสาขา ยิ่งขาดทุน

ทำไมยิ่งขยายสาขา ทำไมยิงขาดทุน⁉️

ทำร้านอาหารโดยไม่มี “ระบบจัดซื้อ”

ทำคุณเงินรั่วไปตรงไหนบ้าง?

.

📍 ตัวอย่างเคสร้านเบเกอรี่ที่หนึ่งมี 5 สาขา พร้อมครัวกลาง

ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ

📲 สั่งของผ่าน LINE

📊 อัปเดตสต็อกผ่าน Google Sheet

.

รายงานกระจัดกระจาย ตามงานยาก ส่งผิด ของขาด ของเกินเป็นประจำ

ผลที่เกิดขึ้นคือ “ต้นทุนแฝง” เต็มไปหมด 👇

.

👩‍🍳 ค่าพนักงานเพิ่ม

#ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ❌

ต้องมีคนคอยรับออเดอร์จากทุกสาขาทั้งวัน

ต้องมีคนดูสต็อก

ต้องมีคนเช็กบิล

เพิ่มคน = เพิ่มเงินเดือน

เพิ่มงาน = เพิ่ม OT

💸เฉลี่ยประมาณ 15,000 บาท/เดือน

#หลังใช้ระบบจัดซื้อ✅

Food Market Hub มีระบบคำนวณ อัพเดทรายงาน อัพเดทออเดอร์จากแต่ละสาขาอัตโนมัติ เข้ามาช่วยให้รายงานอยู่ในระบบที่เดียว ใช้งานง่าย ไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม หรือเพิ่มหน้าที่ ลดข้อผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพให้พนักงาน

.

🚚 ค่าขนส่งบานปลาย

#ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ❌

ออเดอร์พลาด ส่งไม่ครบ ส่งซ้ำ ส่งหลายรอบ

เพราะทำงานไม่ซิงค์กันระหว่างหน้าสาขาและครัวกลาง

สื่อสารยาก ไม่อัพเดทสต็อก ต้องส่งของทีละสาขา ทีละรอบ

เพราะสั่งของมาไม่พร้อมกัน ไม่เห็นภาพรวม

💸เฉลี่ยประมาณ 6,000 บาท/เดือน

#หลังใช้ระบบจัดซื้อ✅

Food Market Hub รวมออเดอร์สั่งซื้อจากทุกสาขาไว้ในระบบเดียว พนักงานหน้าสาขาสั่งซื้อง่าย ครัวกลางมองเห็นภาพรวมแต่ละสาขา มีฟีเจอร์วางแผนการผลิตสินค้า ทำออเดอร์ส่งสาขาได้ทัน รวมออเดอร์ส่งหน้าสาขารอบเดียว ลดปัญหาการสื่อสารผิดพลาด

.

🥐 ของหมด ไม่พร้อมขาย

#ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ❌

คำนวณพลาด เตรียมของไม่พอ

เสียโอกาสขาย เพราะของหมดก่อนระหว่างวัน

จับทางไม่ถูก ช่วงไหนสาขาไหนขายดี สาขาไหนเงียบเหงา

💸เฉลี่ยประมาณ 7,500 บาท/เดือน

#หลังใช้ระบบจัดซื้อ✅

Food Market Hub มีระบบแจ้งเตือนก่อนของใกล้หมดเมื่อถึง Par-Level ทำให้ผู้จัดการ พนักงาน รู้ก่อนของหมด ครัวกลางเช็คได้ว่าแต่ละสาขามีสินค้าเหลือในสต็อกเท่าไหร่ ตอนนี้ควรเติมของ ตอนนี้มีของอยู่ ผู้จัดการกดอนุมัติ มองเห็นภาพรวมได้ก่อนสั่งซื้อ หมดปัญหาเรื่องของไม่พอขาย สั่งของ ขาดหรือเกิน

.

🗑️ ของเสีย / สต็อกเกิน

#ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ❌

ของหมดอายุก่อนเพราะสั่งมาเยอะเกิน

สั่งของตามเดือนที่แล้วแต่เดือนนี้ของเหลือบาน

ของหาย ของเสียก่อนได้ใช้

💸เฉลี่ยประมาณ 9,000 บาท/เดือน

#หลังใช้ระบบจัดซื้อ✅

Food Market Hub มีบันทึกรายงานของเสีย พนักงานบันทึกรายละเอียด รับของมาขาด หรือของพัง หมดอายุ เสีย ไม่ได้ใช้ บันทึกทุกอย่างในระบบ รวมต้นทุนของเสีย ทำให้มองเห็นถึงปัญหา หาทางแก้ได้ทันก่อนจมทุนไม่รู้ตัว

.

📈 ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน

#ก่อนใช้ระบบจัดซื้อ❌

ทำรายงานต้นทุน ยอดขายรวมใส่ตารางใน Excel

หลายสาขา ผูกสูตรมั่วไปหมด

หาบิลย้อนหลัง ประวัติการจัดซื้อไม่เจอ

วัตถุดิบราคาขึ้น-ลงตอนไหนไม่รู้

มองไม่เห็นภาพรวมต้นทุนจริง

💸เฉลี่ยประมาณ 9,000 บาท/เดือน

#หลังใช้ระบบจัดซื้อ✅

Food Market Hub มีรายงานการจัดซื้อเป็น Dashboard และตาราง พร้อม Export ส่งต่อรวม PO ให้บัญชีใช้งานต่อได้ง่าย ๆ พร้อมดูประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังรายปี รายเดือนได้ทันที รู้ช่วงไหนควรซื้ออะไร นำไปใช้ทำโปรโมชัน หรือเลี่ยงสินค้าที่ปรับขึ้นสูงบางฤดูกาล พร้อมคำนวณ COGs ของแต่ละเมนูแบบอัพเดท นำข้อมูลไปบริหารร้านของคุณต่อได้สะดวก เพิ่มกำไร ลดต้นทุนได้จริง

.

รวมทั้งหมด ใน 1 สาขา ทำให้เสียเงินเพิ่มโดยไม่รู้ตัวไปกว่า 558,000 บาท ต่อปี‼️

แต่ระบบจัดซื้อจาก Food Market Hub เริ่มต้นเพียงแค่ 17,400 บาท ต่อปี

จะช่วยประหยัดเงิน สาขาละกว่า 500,000 บาท!

.

ระบบจัดซื้อ Food Market Hub จะช่วยให้ร้านอาหารของคุณ

✅ รวมรายงานข้อมูลจัดซื้อและต้นทุนทุกสาขาไว้ในระบบเดียว

✅ เห็นรายงานจัดซื้อแบบเรียลไทม์

✅ แจ้งเตือน PAR-Level ก่อนของหมด

✅ บันทึกของเสีย สต็อก

✅ ติดตามการทำงานพนักงาน และอนุมัติการสั่งซื้อได้ง่ายๆ ผ่านมือถือ

.

ทำร้านอาหารให้รอดในยุคนี้

ไม่ใช่ทำงานให้หนักขึ้น

แต่ต้องทำให้ระบบทำงานแทนคนให้ได้มากขึ้น

.

❗️พิเศษภายในเดือนนี้เท่านั้น❗️

โปรโมชันสำหรับร้านอาหารที่กำลังขยายสาขา

ร้านอาหารที่มีครัวกลาง และมีมากกว่า 2 สาขาขึ้นไป

ทักแชทมาตอนนี้ 🔆รับส่วนลดพิเศษมากกว่า 30%🔆

.

คุมของ คุมต้นทุน คุมระบบ ต้องใช้ Food Market Hub

ระบบจัดซื้อสำหรับร้านอาหาร ตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับธุรกิจร้านอาหารหลายสาขาที่มีครัวกลาง และต้องการบริหารครัวกลางอย่างมีประสิทธิภาพ 🛒

👉 สนใจรับเดโม่ ทักแชทหรือ LINE OA: @foodmarkethubth

📞 065-807-9942

.

#FoodMarketHub #foodmarkethubth #จัดซื้อร้านอาหาร #ระบบหลังบ้าน #ขยายสาขา #ลดต้นทุน #เพิ่มกำไร #เจ้าของร้านอาหาร #ผู้จัดการร้านอาหาร #COGs #ครัวกลาง #หลายสาขา

3/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังหา “ตัวอย่าง Kaizen ลดต้นทุน” สำหรับร้านอาหาร/เบเกอรี่ที่เริ่มมีหลายสาขา (หรือมีครัวกลาง) สิ่งที่เห็นชัดมากคือ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ขายไม่ดี แต่อยู่ที่ “งานหลังบ้านไม่เป็นระบบ” ทำให้เกิดความสูญเสีย (waste) แบบค่อย ๆ ไหลออกไปทุกวันโดยไม่รู้ตัว นี่คือแนวทาง Kaizen ที่ฉันเคยใช้เป็นเช็กลิสต์เวลาจะเริ่มลดต้นทุน โดยโฟกัสไปที่ระบบจัดซื้อ สต็อก และการประสานงานหน้าสาขา-ครัวกลาง (เหมาะมากกับร้านที่สั่งของผ่านแชท/LINE และอัปเดตสต็อกแบบกระจัดกระจาย) 1) Kaizen: รวมการสั่งซื้อให้เป็น “ออเดอร์เดียว” (ลดความผิดพลาด + ลดรอบขนส่ง) ก่อนปรับปรุง ให้ลองเก็บข้อมูล 2 สัปดาห์ว่า 1 วันมีการสั่งของกี่ครั้ง/กี่ช่องทาง และมี “ส่งซ้ำ/ส่งไม่ครบ” กี่ครั้ง จากนั้นตั้งมาตรฐานใหม่ เช่น ทุกสาขาปิดยอดสั่งซื้อในเวลาที่กำหนด และให้ครัวกลางเห็นภาพรวมในที่เดียว ผลที่มักได้ทันทีคือรอบรถลดลง ค่าเที่ยวลดลง และงานตามของลดลง 2) Kaizen: ตั้ง Par Level + จุดเตือนของใกล้หมด (ลดของหมด/เสียโอกาสขาย) หลายร้านใช้ความรู้สึกในการเติมของ ทำให้บางสาขาหมดบ่อย แต่บางสาขากลับเหลือทิ้ง วิธี Kaizen คือเริ่มจาก 10 SKU ที่ขายดีสุด ตั้ง Par Level แบบง่าย ๆ (ยอดขายเฉลี่ยต่อวัน x วันนำส่ง + safety stock) แล้วทำ “สัญญาณเตือน” ก่อนถึงจุดสั่งซื้อใหม่ เมื่อทำต่อเนื่อง คุณจะเห็นแพตเทิร์นว่าสาขาไหนขายดีจริง ช่วงเวลาไหนต้องเติม 3) Kaizen: บันทึกของเสีย/ของหายให้เป็นกิจวัตร (ทำให้ต้นทุนแฝงมีตัวตน) เป้าหมายไม่ใช่การโทษใคร แต่คือทำให้รู้ว่าเงินหายตรงไหน แนะนำให้บันทึกอย่างน้อย 4 หมวด: หมดอายุ, แตก/เสียหาย, รับของขาด, ผลิตเกิน แล้วสรุปเป็นรายสัปดาห์ สัก 1 เดือนคุณจะเริ่มเห็นว่า “ของเสีย” ไม่ได้เล็กน้อย และมักมาจากการสั่งซื้อเกิน/วางแผนผลิตไม่แม่น 4) Kaizen: ทำมาตรฐานการรับของ (ลดรับของผิด-บิลหาย-ตามย้อนหลังยาก) จุดเจ็บของหลายสาขาคือบิลกระจัดกระจายและรับของไม่ครบ วิธีปรับแบบ Kaizen คือทำขั้นตอนรับของให้สั้นแต่ชัด: ตรวจจำนวน-วันหมดอายุ-สภาพสินค้า-ถ่ายรูปหลักฐาน (ถ้าจำเป็น) และบันทึกทันทีในระบบเดียว จะช่วยลดงานตามบิลและช่วยเช็กต้นทุนวัตถุดิบผันผวนได้ดีขึ้น 5) Kaizen: ทำรายงานต้นทุนแบบ “ดูได้ทันที” (COGs ต้องอัปเดต ไม่ใช่ทำทีหลัง) ถ้าต้นทุนวัตถุดิบขึ้นลง แต่สูตรต้นทุนไม่เคยอัปเดต กำไรจะค่อย ๆ หายโดยไม่รู้ตัว ลองเลือกเมนูทำเงิน 5 เมนูก่อน แล้วอัปเดตต้นทุนวัตถุดิบเป็นรอบ (เช่น รายสัปดาห์/รายเดือน) เพื่อให้เห็น COGs ล่าสุด นำไปตัดสินใจเรื่องราคา/โปรโมชันได้ทัน สรุป: Kaizen ลดต้นทุนสำหรับร้านที่ขยายสาขา มักเริ่มจาก “ทำให้ข้อมูลจัดซื้อ-สต็อก-ของเสียอยู่ในระบบเดียว” เพราะเมื่อเห็นภาพรวมจริง คุณจะลดค่าพนักงานแฝง ค่าขนส่ง ของหมด ของเสีย และต้นทุนผันผวนได้พร้อมกัน แบบไม่ต้องทำงานหนักขึ้น แต่ให้ระบบช่วยทำงานแทนคนมากขึ้น