🥰แกงขี้เหล็ก✨✅
🎗✨️เมนูแกงขี้เหล็กอร่อยแถมทำไม่ยาก✨️🎗
วัตถุดิบ : ใบขี้เหล็กต้มจนจืด ชะอม กระชาย หอมแดง กะทิ ใบย่านาง น้ำปลา น้ำปลาร้า ผงชูรส ปลาทูเค็ม(ยิ่งใส่ยิ่งอร่อย)
วิธีทำ: นำขี้เหล็กที่ต้มแล้วใส่ลงไปพร้อมกับน้ำกะทิ น้ำใบย่านาง พริก หอมแดงที่ตำแล้วลงไป ปรุงรสด้วยปลาร้า ปลาทูเค็ม น้ำปลา ผงชูรส ปิดฝา ต้มไปจนเดือดแล้วปิดท้ายด้วยใบชะอมเป็นอันเสร็จ 😋🍛🍚
#แกงขี้เหล็กอีสาน #อาหารอีสาน #อร่อยบอกต่อ #foodreview #ภารกิจชิงครีเอเตอร์ดาวเด่น
ถ้าใครอยากทำ “แกงขี้เหล็กใส่กะทิ ใส่ใบย่านาง” ให้อร่อยแบบไม่ขม จุดสำคัญจริงๆ อยู่ที่การเตรียมใบขี้เหล็กค่ะ ฉันเคยพลาดมาแล้ว ต้มรอบเดียวแล้วเอาไปแกงเลย สรุปขมติดปลายลิ้น กินได้แต่ไม่ฟิน เลยลองปรับวิธีจนได้รสที่กลมกล่อมขึ้น 1) เคล็ดลับต้มใบขี้เหล็กไม่ให้ขม - เด็ดเอาเฉพาะใบอ่อน/ยอดอ่อน จะขมน้อยกว่าใบแก่ - ต้มน้ำให้เดือดก่อนค่อยใส่ใบขี้เหล็กลงไป (ช่วยลดกลิ่นเขียว) - ต้มแล้ว “เทน้ำทิ้ง” อย่างน้อย 1–2 รอบ ถ้ายังขมให้ต้มซ้ำได้อีก แล้วบีบน้ำออกเบาๆ ก่อนนำไปแกง - บางบ้านจะใส่เกลือนิดเดียวตอนต้ม ช่วยดึงรสขมออก แต่ไม่ต้องเยอะค่ะ เดี๋ยวเค็ม 2) ใบย่านางใส่ตอนไหนถึงหอม ใบย่านางทำให้น้ำแกงหอมสดและสีสวย วิธีที่ฉันชอบคือคั้น/ปั่นใบย่านางกับน้ำเล็กน้อย แล้วกรองเอาแต่น้ำ ใส่ตอนเริ่มตั้งหม้อพร้อมกะทิ จะได้กลิ่นหอมละมุน ไม่เขียวโดด 3) ปรับความมันของกะทิให้พอดี ถ้าชอบแกงมันๆ ใช้กะทิหัวกะทิผสมหางกะทิ แต่ถ้าอยากเบาลง ใช้กะทิกล่องแล้วเติมน้ำใบย่านางเยอะขึ้นก็ได้ รสจะละมุนแต่ไม่เลี่ยน เคล็ดลับคืออย่าเร่งไฟแรงตลอด กะทิแตกมันและมีกลิ่นหืนได้ ให้ใช้ไฟกลางคุมๆ 4) ทริคเพิ่มความนัวแบบอีสาน - “ปลาทูเค็ม” ใส่นิดเดียวช่วยให้กลมกล่อมมาก (ใส่มากไปจะเค็มนำ) - น้ำปลาร้าให้ใส่ทีละน้อยแล้วชิมเอา เพราะแต่ละยี่ห้อเค็มไม่เท่ากัน - กระชายกับหอมแดงตำรวมพริก จะช่วยดันความหอมของแกงขึ้นมาแบบชัดเจน 5) ชะอมใส่ให้ถูกจังหวะ ชะอมควรใส่ “ท้ายสุด” แล้วปิดไฟ/ยกลงทันที ชะอมจะหอมและไม่เละ กินคู่ข้าวสวยร้อนๆ คือที่สุด สุดท้ายแนะนำให้ชิมก่อนปิดไฟเสมอ เพราะแกงขี้เหล็กแต่ละครั้งความขมของใบไม่เท่ากัน ถ้ารู้สึกยังขมนิดๆ เติมกะทิหรือเพิ่มปลาทูเค็มอีกนิด จะช่วยบาลานซ์รสได้ดีค่ะ


