Copayment ในประกันสุขภาพคืออะไร??? 🤔🤔

✳️ Co-Payment = การมีส่วนร่วมจ่าย ✳️

.

🔷 ไม่นานนี้คงเคยได้ยินข่าวกันว่าบริษัทประกันจะให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากเดิมที่บริษัทเหมาจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้คนตกใจว่าแล้วงี้เราจะทำประกันไปทำไมในเมื่อสุดท้ายก็ต้องควักจ่ายเองอยู่ดี.

🔷 การมีส่วนร่วมจ่าย คือ บริษัทกับลูกค้าจะต้องร่วมกันจ่ายค่ารักษา ตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในสัญญา แต่มันไม่ได้น่าวิตกกังวลขนาดนั้น.

🔷Co-Payment ไม่ใช่ว่าบริษัทจะให้ลูกค้าร่วมจ่ายตั้งแต่ทีแรก (**คนละอย่างกับ “ความรับผิดส่วนแรก หรือที่คุ้นกันว่า Deductible” เดี๋ยวค่อยมาขยายความคราวหน้า**) การจะเข้าข่าย Co-Pay จะมีเงื่อนไขกำหนดอยู่ ถ้าเราไม่เข้าเงื่อนไขบริษัทก็ยังเหมาจ่ายให้ตามจริง.

⚠️ เงื่อนไขง่ายๆหรือจำไว้เป็นหลักเลย คือ “การเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือโรคทั่วๆไปที่ไม่จำเป็นต้องนอนรพ.เกิน 3 ครั้งต่อปี” // ถ้าเข้าเงื่อนไขนี้ ในปีต่อไปเราจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายทั้งปีในทุกๆการเคลม⚠️

🔷 แต่เงื่อนไข Co-Payment ไม่ใช่เกิดแล้วจะอยู่ตลอดไป ถ้าในปีนั้นเราไม่ได้เคลมเข้าเงื่อนไข ปีต่อไปบริษัทก็จะพิจารณายกเลิก Co-Payment ให้และกลับมาเหมาจ่ายตามเดิม.

🔷 ซึ่งเงื่อนไขพวกนี้บริษัทไม่ได้ออกกันเองหรือตั้งมาเพื่อจะเอาเปรียบลูกค้า แต่ออกโดย“คปภ.” เพื่อความมั่นคงของบริษัทประกันต่างๆ ลดความเสี่ยงของบริษัทจากค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น.

🔷 สรุปแล้วประกันสุขภาพก็ยังเป็นประกันเหมาจ่ายเหมือนเดิม ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรที่เข้าเงื่อนไขก็ไม่มีอะไรต้องน่ากังวล // ยังไงก็แล้วแต่ประกันสุขภาพยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีเป็นสวัสดิการติดตัว เพื่อไม่ให้ค่ารักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกระทบกับชีวิตและครอบครัวเรามากนัก.

5/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพพบว่า การเข้าใจเรื่อง Copayment ช่วยให้สามารถวางแผนการใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะการเข้าใจว่า Copayment จะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อเราต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 3 ครั้งต่อปี ด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือโรคทั่วไป ทำให้ปีถัดไปจะต้องมีการจ่ายค่ารักษาบางส่วนเองทุกครั้งที่เคลม ผมจึงพยายามดูแลสุขภาพอย่างเข้มงวด ลดการป่วยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อไม่ให้ต้องนอนโรงพยาบาลหลายครั้ง วิธีนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดจาก Copayment และยังทำให้บริษัทประกันพิจารณายกเลิกการเรียกเก็บส่วนร่วมจ่ายในปีถัดไปด้วย อีกทั้งยังเห็นว่าการมี Copayment เป็นมาตรการที่ออกโดยคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งช่วยให้บริษัทประกันสามารถบริหารความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายให้สมดุลกับการบริการลูกค้าได้ ดังนั้น ประกันสุขภาพยังคงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะช่วยปกป้องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่มีโอกาสสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต แม้จะมี Copayment แต่อย่างน้อยก็ยังมีส่วนลดภาระหนักที่ไม่คาดคิด และให้ความอุ่นใจทางการเงินได้มากกว่าการไม่มีประกันเลย แนะนำให้ผู้ทำประกันศึกษารายละเอียดเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างละเอียด และซักถามบริษัทประกันหรือที่ปรึกษาให้เข้าใจเพื่อเตรียมตัววางแผนรับมือหากเกิด Copayment ขึ้นจริง พร้อมทั้งรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายนี้