Automatically translated.View original post

Learn Korean. Statement 1, xxx.

# Welcome 2026With learning Korean.

One of the 2026 goals we set up was to learn one new skill, so we decided to go up to the language, so we went down to learn Korean because we had aimed it the year before but didn't register.

🏫 the institution we choose to study is

🇰🇷 the King Sejong Institute, Bangkok 2

📍 school place: Faculty of Humanities and Social Sciences, University of Ratchaprasthan, Sunanda Park / / We chose this field because it is very close to home, convenient.

📚 Course: On-site A1 (We took a day off, 4 hours)

(A1 = starting from the baseline)

💸 expenses.

Enrolment fee 1,500 ฿

Textbook + Training 700 (will be distributed on the first day of study)

📜✨ get a certificate after completing the course.

🇰🇷 taught by Korean teachers 💯% Teachers can speak Thai English. Calm down, teach very thoroughly.

Anyone interested in learning, try the King Sejong Institute page in each branch.

# Develop yourself # Learn Korean # lemon 8 diary # Skills development

5/29 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังเสิร์ชหา King Sejong Institute Bangkok แล้วลังเลว่าจะเรียนที่สาขาไหนดี เราขอแชร์ทริคจากประสบการณ์ตัวเองตอนลง Sejong Bangkok 2 (เรียนที่คณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา/SSRU) แบบละเอียดขึ้นนิดนึงค่ะ 1) เลือกสาขา/รอบเรียนยังไงให้เหมาะกับเรา - เช็กทำเลก่อนเลย: เราเลือก Bangkok 2 เพราะเดินทางสะดวก ใกล้บ้าน ทำให้ไปเรียนต่อเนื่องได้จริง (สำคัญมากสำหรับคอร์สที่เรียนยาวหลายสัปดาห์) - ดูรูปแบบคลาส: ของเราเป็น A1 On-site เรียนวันหยุดครั้งละ 4 ชม. เหมาะกับคนทำงาน/เรียนอยู่ เพราะไม่กระทบวันธรรมดา - ดูจังหวะชีวิต: ถ้ารู้ตัวว่าเสาร์-อาทิตย์ติดธุระบ่อย อาจมองรอบเย็นหรือรอบวันธรรมดา (ถ้ามีเปิด) จะช่วยลดโอกาสขาดเรียน 2) ค่าใช้จ่ายงบ 1,xxx ต้องเตรียมอะไรเพิ่มบ้าง นอกจากค่าลงทะเบียนและค่าหนังสือ/แบบฝึก (ของเราได้ชุด Sejong Korean 1A) เราแนะนำให้เผื่องบเล็กๆ สำหรับ - ค่าเดินทาง/ที่จอดรถ (ถ้าขับเอง) - อุปกรณ์จด: สมุด, ปากกา, กระดาษฝึกเขียนฮันกึล (เราชอบพกแผ่นตารางไว้คัดสระ/พยัญชนะ) - น้ำ/ของกินเบาๆ เพราะเรียนทีละ 4 ชม. นานกว่าที่คิด 3) บรรยากาศการเรียนกับครูเกาหลีเป็นยังไง คลาสที่เราเรียน ครูเป็นชาวเกาหลี 100% แต่สื่อสารไทย/อังกฤษได้ ทำให้มือใหม่ไม่เครียด เวลาออกเสียงผิดครูจะค่อยๆ แก้ให้ และมักให้ฝึกพูดจริงในห้อง เช่น ทักทาย แนะนำตัว ถามชื่อ-สัญชาติ-อายุ (พื้นฐานสายเกาหลีที่ใช้ได้ทันที) 4) ได้ใบเซอร์จริงไหม และควรเก็บหลักฐานอะไรไว้ หลังเรียนจบหลักสูตรจะมีใบเซอร์ให้ เราแนะนำให้เก็บ - ใบเสร็จ/หลักฐานการชำระเงิน - ตารางเรียน/ประกาศจากเพจ - รูปหนังสือเรียนและแบบฝึก (เผื่อใช้ต่อเลเวล A2) ไว้เป็นพอร์ตเล็กๆ หรือใช้อ้างอิงตอนสมัครรอบถัดไป 5) วิธีติดตามข่าวเปิดรับสมัคร (กันพลาดเหมือนเราเคยพลาด) เราเจ็บมาแล้วเพราะปีที่แล้วลงไม่ทัน รอบนี้เลยทำแบบนี้ - กดติดตามเพจ Facebook ของ King Sejong Institute Bangkok 2 และเปิดแจ้งเตือนโพสต์ - เช็กช่วงเวลารับสมัครล่วงหน้า และเตรียมข้อมูลที่ต้องใช้ไว้ก่อน (ชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์โทร) - ถ้าเล็งสาขาอื่นในกรุงเทพด้วย ให้ติดตามเพจของแต่ละสาขาควบคู่ เพราะรอบเปิดรับไม่เหมือนกัน ถ้าเป้าหมายคือ “เริ่มจากศูนย์” เราว่า A1 On-site ของ King Sejong Institute Bangkok 2 เหมาะมาก เพราะได้พื้นฐานฮันกึลเป็นระบบ มีหนังสือ Sejong Korean 1A ให้ฝึกตาม และได้บรรยากาศคลาสจริงๆ ใครกำลังตัดสินใจ ลองเริ่มจากสาขาที่เดินทางง่ายที่สุดก่อน จะมีโอกาสเรียนจบและได้ใบเซอร์สูงสุดค่ะ