Hell. Heaven.
Ovadharma from Buddhist slave Bhakku# Buddhist slave bhikkhu # Buddhism # Buddhist Dharma from Bhakku # Follow the trail
จากประสบการณ์ส่วนตัวในการศึกษาธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุ พบว่าการเข้าใจเรื่องนรกและสวรรค์ไม่ใช่เรื่องของการมองหาโลกหลังความตายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องภายในใจและความรู้สึกของเราในปัจจุบันเอง ท่านพุทธทาสภิกขุได้ชี้ให้เห็นว่านรกและสวรรค์เกิดขึ้นที่อายตนะ หรือประสาทสัมผัสทั้งห้ารวมถึงใจของเราที่ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆ เมื่อเรามีความโกรธ เกลียด หรือความทุกข์ใจ อารมณ์ร้อนขึ้น ก็คือประสบการณ์แห่งนรกใจอย่างหนึ่ง ในทางตรงกันข้ามเมื่อใจเราอิ่มเอมด้วยความสงบ รัก และความสุข ก็เป็นประสบการณ์แห่งสวรรค์ภายใน สิ่งนี้ทำให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งว่าการแสวงหานรกหรือสวรรค์จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินทางไปสู่ที่ใดที่หนึ่งหลังความตาย แต่เป็นการจัดการกับใจและอารมณ์เราที่นี่และเดี๋ยวนี้ โดยส่วนตัวพบว่าเมื่อเริ่มปฏิบัติธรรมและฝึกให้อารมณ์ผ่านเข้าออกอย่างไม่ยึดติด ความทุกข์ลดน้อยลง และความสงบเย็นเพิ่มมากขึ้น ทำให้มองเห็นได้ชัดว่าสวรรค์นั้นเกิดขึ้นจากจิตใจที่ยอมรับและปล่อยวาง การมีสติรู้เท่าทันในทุกขณะที่เกิดขึ้นทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่เป็นสุขและมีความเมตตาต่อผู้อื่น ไม่หลงไปกับความคิดยึดมั่นถือมั่นในสิ่งภายนอก ดังคำสอนของท่านพุทธทาสว่าการใช้นรกและสวรรค์ในความหมายเดิมที่มองเป็นสถานที่บนฟ้าใต้อาณาจักรใต้ดินนั้น เป็นความเชื่อในสมัยก่อนพุทธกาลเท่านั้น ซึ่งท่านไม่ไปวิจารณ์หรือค้านความเชื่อนั้น แต่ชี้ทางใหม่ที่เน้นการปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างนรกและสวรรค์ในจิตใจของเราด้วยตนเอง นี่คือแนวทางที่จะทำให้เรามีชีวิตที่สงบและมีคุณค่ามากขึ้น เพราะนรกและสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นประสบการณ์ใจที่เกิดขึ้นกับเราทุกคนในทุกขณะ หากเรารู้จักดูแลใจ และเลือกทางแห่งความดีงามใจเราย่อมเป็นดุจสวรรค์ที่เกิดขึ้นได้ในชั่วขณะนั้นเอง



























































