ระวัง !! ภาษีของอินฟลูเอนเซอร์

ภาษีของ “อินฟลูเอนเซอร์” เรื่องใกล้ตัวที่ห้ามมองข้าม

ในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถสร้างรายได้จากโซเชียลมีเดีย อาชีพ “อินฟลูเอนเซอร์” กลายเป็นหนึ่งในช่องทางทำเงินที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้า ไลฟ์ขายของ หรือรับสปอนเซอร์ แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจชัดเจนคือ “รายได้เหล่านี้ต้องเสียภาษีหรือไม่?” และควรจัดการอย่างไรให้ถูกต้อง

🩷รายได้แบบไหนที่ต้องเสียภาษี?

ไม่ว่าคุณจะรับเงินทางไหน ถ้าเกิดจากการทำงานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ ถือเป็นรายได้ทั้งหมด:

▪️ค่าจ้างรีวิวสินค้า: เงินค่าจ้างโดยตรงจากแบรนด์หรือเอเจนซี่

▪️ค่าโฆษณา (Ad Revenue): ส่วนแบ่งรายได้จาก YouTube, Facebook, TikTok

▪️ค่าคอมมิชชัน (Affiliate): นายหน้าจากตะกร้าสินค้า หรือ Link แนะนำต่างๆ

▪️ของขวัญ / สินค้าที่ได้รับฟรี: หากมีมูลค่าสูง สรรพากรอาจนับเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีด้วย

🩷ประเภทเงินได้

โดยส่วนใหญ่ รายได้ของอินฟลูเอนเซอร์จะตกอยู่ใน 2 ประเภทนี้:

▪️มาตรา 40(2): ค่าจ้างทั่วไป (ทำเป็นครั้งคราว) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

▪️มาตรา 40(8): การประกอบธุรกิจ (ทำเป็นอาชีพ มีการลงทุน มีทีมงาน) หักตามค่าใช้จ่ายจริง (ต้องมีหลักฐานใบเสร็จครบถ้วน)

#บัญชี #ภาษี #ตามติดบัญชีภาษี

3/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ผมได้เริ่มทำงานเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ผมพบว่าเรื่องภาษีเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามและเข้าใจผิดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการยื่นภาษีและประเภทเงินได้ที่มีผลต่อการหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนภาษี ซึ่งผมเองก็เคยประสบปัญหาการจัดการเอกสารไม่ครบถ้วน จนต้องเสียเวลาแก้ไขหลายครั้ง สิ่งที่ผมอยากแชร์คือ การแยกบัญชีรับเงินส่วนตัวออกจากบัญชีรับเงินรายได้ของงานอินฟลูเอนเซอร์นั้นช่วยให้การบริหารจัดการภาษีง่ายขึ้นมาก อีกทั้งการเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ากล้องถ่ายทำ หรือค่าเช่าสตูดิโอ ก็จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถใช้หักค่าใช้จ่ายจริงเพื่อลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ควรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่เกิดปัญหาภายหลัง ถ้ารายได้สูงกว่า 3-5 ล้านบาทต่อปี การจดจัดตั้งนิติบุคคลจะช่วยประหยัดภาษีได้มากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงการถูกปรับย้อนหลังสำหรับภาษีเงินได้และ VAT ด้วย ผมยังแนะนำให้ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีเพื่อช่วยวางแผนภาษีอย่างมืออาชีพ เพราะในยุคนี้สรรพากรกำลังเข้มงวดกับอาชีพอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น ท้ายที่สุด อย่าลืมว่าแม้ของขวัญหรือสินค้าฟรีที่ได้รับจากแบรนด์ก็มีมูลค่าที่ต้องนำมาคำนวณภาษีด้วย ดังนั้นการประเมินมูลค่าที่ถูกต้องและบันทึกข้อมูลให้ครบถ้วนจะช่วยป้องกันปัญหาภาษีไม่ชัดเจนได้อย่างดี เมื่อทุกคนเข้าใจและวางแผนเรื่องภาษีอย่างถูกต้องแล้ว อาชีพอินฟลูเอนเซอร์จะเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคงและถูกกฎหมาย ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพอินโฟกราฟิกแสดง 5 ค่าปรับภาษีที่ผู้ประกอบการควรรู้ ได้แก่ ยื่นแบบล่าช้า, ไม่ยื่นแบบภาษี, แจ้งรายได้ต่ำ/ข้อมูลเท็จ, ออกใบกำกับไม่ถูกต้อง, และไม่เก็บเอกสารบัญชีไว้ตามกำหนด พร้อมรายละเอียดค่าปรับและผลกระทบ
5 ค่าปรับภาษีที่ผู้ประกอบการควรระวัง ⚠️
#ธุรกิจต้องรู้ #ค่าปรับภาษี #ผู้ประกอบการต้องอ่าน #ทำบัญชีหาดใหญ่ #เพจบัญชีภาษีกี่ปีก็ไม่เข้าใจ

ถูกใจ 13 ครั้ง

💡 “อินฟลูเอนเซอร์ก็ต้องเสียภาษี! รู้ไว้ก่อนโดนปรับ”
📌 รายได้หลักที่ต้องแจ้งภาษี: • โฆษณาในช่อง YouTube / Membership • รับจ้างรีวิวสินค้า/บริการ • รับจ้างโชว์ตัวในงานอีเว้นท์ • ขายสินค้า/บริการตัวเอง 💰 ทำคนเดียว vs. มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม • ทำคนเดียว → หักค่าใช้จ่าย 50% (สูงสุด 100,000) • มีค่าใ
Bangkok Accounting 2009

Bangkok Accounting 2009

ถูกใจ 0 ครั้ง

📢 อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีแบบไหน? (แนวทางสำหรับครีเอเตอร์มือใหม่–มืออาชีพ)
📢 อินฟลูเอนเซอร์ต้องเสียภาษีแบบไหน? (แนวทางสำหรับครีเอเตอร์มือใหม่–มืออาชีพ) ใครกำลังทำรีวิว รับงานโปรโมท รับเงินจากแบรนด์ ต้องรู้เลยว่า “รายได้ของคุณเข้าข่ายภาษีแบบไหน” เพื่อวางแผนให้ถูกต้อง 🔹 ครีเอเตอร์สายเดี่ยว (Solo Creator) ทำเองทุกอย่าง ไม่มีทีม ไม่มีออฟฟิศ ไม่มีลูกจ้าง รายได้เข้า
สำนักงานบัญชี ชนะธีร์

สำนักงานบัญชี ชนะธีร์

ถูกใจ 1 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม