ศตวรรษที่ 21 ยุคสมัยแห่งการ "ไม่รัก"

"กี่ครั้งแล้วที่เราสังเกตเห็นความสัมพันธ์ง่ายๆ ระหว่างการกระทำกับสภาวะภายในใจ? เมื่อคุณทำสิ่งที่ถูกต้อง คุณจะรู้สึกดี เป็นอิสระ และเบิกบาน แต่เมื่อทำสิ่งที่ผิด ความหดหู่ ความอาฆาต ความอิจฉาริษยาก็จะตามมา แค่คุณยื่นขนมให้เด็กสักชิ้นแล้วเห็นรอยยิ้มของเขา ใจคุณก็สว่างไสวขึ้นมาทันที

แต่ถ้าคุณตะคอกใส่คนเดินถนนหรือพ่นคำด่าหยาบคายใส่ใครสักคน ยินดีด้วยครับ... อารมณ์บูดบึ้งไปอีกสองสามชั่วโมงเป็นของคุณแน่นอน! ตรรกะมันง่ายแค่นี้ แต่ทำไมโลกถึงเต็มไปด้วยคนอมทุกข์? คำตอบที่ดูเหมือนจะง่ายคือ: 'จงทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วใจคุณจะดีเอง' แต่คำถามที่ฉลาดกว่านั้นคือ: แล้วอะไรคือ 'ความถูกต้อง' ล่ะ?

ความถูกต้องตัดสินได้จาก 'ความรู้สึกหลังทำ' ครับ มันไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ตายตัวให้ท่องจำ คุณต้องสัมผัสและเรียนรู้มันเองผ่านประสบการณ์ มีบุคคลสำคัญในอดีตเคยกล่าวไว้ว่า: 'จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เหมือนที่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ'

ถ้าเรายึดถือพรมวิหารนี้ ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางทันที ก่อนจะดูหมิ่นใคร ลองถามตัวเองดูว่าคุณชอบไหมถ้าโดนแบบนั้น? ก่อนจะหลอกลวงใคร ลองคิดดูว่าถ้าโดนหลอกเองจะรู้สึกยังไง? ในทางกลับกัน คุณชอบไหมถ้ามีคนชม ให้ของขวัญ หรือใส่ใจคุณ?

แล้วทำไมมนุษย์ถึงดื้อดึงเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามล่ะ?! ในศตวรรษที่ 21 นี้ 'ความไม่รัก' (Non-love) กลายเป็นแฟชั่นไปเสียแล้ว สื่อประโคมข่าวเรื่อง '9,000 ท่าเซ็กซ์' แต่แทบไม่เอ่ยถึง 'ความรัก' เลย สังคมปลูกฝังให้เราคิดถึงแต่ตัวเองและไม่ต้องไว้ใจใคร เราโตมากับคำสอนที่ว่า 'อย่าคุยกับคนแปลกหน้า' หรือ 'ถ้าใครโทรมา ให้บอกว่าแม่ไม่อยู่' สิ่งเหล่านี้คือซากปรักหักพังจากยุคสมัยแห่งความเจ็บปวดที่ผู้คนเลิกเชื่อใจกัน แม้โลกจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ความหวาดระแวงยังคงอยู่เหมือนคนใส่ชุดเกราะถือปืนวิ่งไปมาในยามสงบ

วัฒนธรรมบริโภคนิยมตะโกนกรอกหูเราทุกวันเรื่องไอโฟน รถหรู กระเป๋าแบรนด์เนม เราปรารถนามันอย่างบ้าคลั่งเพียงเพราะโทรทัศน์บอกว่า 'มันเท่' คนยอมเหยียบหัวกันเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ เพียงเพื่อจะพบในบั้นปลายว่าสิ่งที่ทิ้งไว้มีเพียง 'กองขยะที่ตกรุ่น'

เมื่อเราให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานมากกว่าครอบครัว เพื่อน หรือคนที่เรารัก และเมื่อคนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนกับเงินเดือนน้อยนิดที่ไม่พอซื้อ 'แฟชั่นล่าสุด' ความเครียดและหนี้สินก็เข้าจู่โจม จนกลายเป็นคำตอบที่ว่า 'จะเอาเวลาที่ไหนไปรัก? แค่เอาตัวรอดก็เต็มกลืนแล้ว!!!'

คนเราต่อสู้เพื่อแย่งชิงชิ้นส่วนที่ใหญ่กว่าและอร่อยกว่า และจะติดต่อกับคนอื่นก็ต่อเมื่อ 'ต้องการอะไรบางอย่าง' เท่านั้น นี่คือเรื่องจริง เพราะเวลาเราเจอใครสักคน คำถามแรกที่มักจะโดนคือ 'คุณต้องการอะไร?'

แล้วเราก็สงสัยว่าทำไมชีวิตถึงมีแต่ความผิดหวัง... ความลับมันง่ายมากครับ: โลกจะคืนสิ่งที่คุณมอบให้ ถ้าคุณไม่เชื่อใจใคร ใครจะเชื่อใจคุณ? ถ้าคุณไม่รักใคร คุณจะได้รับความรักได้อย่างไร? ในร้านอาหารคุณกินก่อนจ่ายเงิน แต่ในชีวิตคุณต้อง 'จ่าย' (ให้) ก่อนจึงจะได้รับ

อยากให้ผู้หญิงที่น่ารักรักคุณ? ก็จงรักเธอสิ ใส่ใจ ดูแล ทำตัวให้ซื่อสัตย์ กอดเธอในวันที่หนาวเหน็บ แล้วหัวใจเธอจะลุกโชนด้วยความรักตอบแทนคุณเอง อยากให้คนพูดความจริง? คุณก็อย่าโกหกสิ

นี่แหละคือความลับของความสุข อยากให้ใครยิ้มให้ คุณต้องยิ้มก่อน อยากได้ความรัก 'คุณต้องหัดรักให้เป็น' รักอย่างจริงใจโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ใช่รักแบบบริโภคนิยมที่หวังใช้ประโยชน์จากคนอื่น

ความรักคือการมีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่น เมื่อคุณอยากเห็นเขาดีขึ้น อยากสนับสนุนเขาในยามยาก อยากร่วมอนาคตไปด้วยกัน โลกสมัยใหม่แทบไม่เหลือสิ่งนี้แล้ว และคนเดียวที่แก้ไขได้คือ 'คุณ' อ่านจบแล้ว เริ่มรักเลยครับ เริ่มมอบความสุขให้คนอื่น แล้วคุณจะเห็นโลกทั้งใบเปลี่ยนไปอย่างมหัศจรรย์ ผมอยู่ข้างคุณนะ"

5/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ ผมสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างชัดเจน หลายคนมีความสัมพันธ์ที่เน้นผลประโยชน์มากกว่าความรู้สึกที่แท้จริง จนบางครั้งรู้สึกว่า "ความไม่รัก" กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เราถูกสอนให้ระวังตัว ไม่ไว้ใจผู้อื่น จนทำให้เกิดความเหินห่างทางอารมณ์และจิตใจ จากประสบการณ์ส่วนตัว การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ คือการเปิดใจให้ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ลองยิ้มให้คนแปลกหน้า ให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำให้ใจของเราสดใสและโลกที่เราเห็นก็ดูอบอุ่นมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้ง การยึดหลัก "ปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนที่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ" เป็นแนวทางที่ได้ผลดีในการฟื้นความเชื่อใจและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ผมเองเคยพบว่าเมื่อลดความตึงเครียดจากการคาดหวังและใส่ใจคนรอบข้างจริง ๆ ความสัมพันธ์เหล่านั้นกลับกลายเป็นพลังที่ช่วยเติมเต็มชีวิต ความรักในศตวรรษนี้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ความจริงใจ ความห่วงใย และการใส่ใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถให้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาในรูปแบบของความสุข ความหนักแน่นทางใจ และแม้ในวันที่โลกดูวุ่นวาย ความรักคือเกราะป้องกันใจที่ดีที่สุด ดังนั้น ผมอยากชวนทุกคนเริ่มต้น "รัก" อย่างตั้งใจ ไปพร้อมกับการสร้างความเชื่อใจกันและกัน เพื่อทำให้โลกใบนี้น่าอยู่และเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง