Automatically translated.View original post

Deleting files and recovering deleted files in Recycle Bin 🗑️

2025/10/10 Edited to

... Read moreหลายคนเวลาเคลียร์ไฟล์ในคอมจะ “ลบ” แบบกด Delete ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยไปเทถังขยะทีหลัง แต่พอเผลอลบไฟล์ผิดทีนี่ใจหายเลยค่ะ เราเลยสรุปขั้นตอน “การลบไฟล์ในถังขยะ” และ “กู้ไฟล์จาก Recycle Bin ที่ลบไปแล้ว” แบบที่ใช้จริงบน Windows มาให้ ทำตามได้ทันที 1) วิธีลบไฟล์ลงถังขยะ (Recycle Bin) ให้ถูกต้อง - วิธีพื้นฐาน: คลิกไฟล์ > กด Delete ไฟล์จะย้ายไปอยู่ Recycle Bin ก่อน (ยังพอกู้คืนได้) - ลบหลายไฟล์: กด Ctrl ค้างเพื่อเลือกหลายรายการ หรือกด Ctrl+A เพื่อเลือกทั้งหมด แล้วกด Delete - ทริคเช็กก่อนลบ: ถ้าไม่มั่นใจ ให้กด Alt+Enter ดู Properties ก่อน เช่น ขนาดไฟล์/ตำแหน่งที่อยู่ จะช่วยกันลบผิดโฟลเดอร์ได้ 2) วิธีลบไฟล์ “ในถังขยะ” (Empty Recycle Bin) ถ้าต้องการลบให้หมดจริง ๆ - ดับเบิลคลิก Recycle Bin บน Desktop - ตรวจชื่อไฟล์ในรายการอีกครั้ง (สำคัญมาก) - กด “Empty Recycle Bin” หรือคลิกขวาที่ Recycle Bin แล้วเลือก “Empty Recycle Bin” หมายเหตุ: หลังเทถังขยะแล้ว ไฟล์จะไม่อยู่ใน Recycle Bin อีก (แต่ยังมีโอกาสกู้ได้ด้วยวิธีอื่นในบางกรณี) 3) วิธี “กู้ไฟล์จาก Recycle Bin ที่ลบไปแล้ว” (ยังไม่ Empty) ถ้าไฟล์ยังอยู่ใน Recycle Bin ให้ทำแบบนี้ - เปิด Recycle Bin - หาไฟล์ที่ลบผิด (ใช้ช่องค้นหาได้: Type here to search) - คลิกขวาที่ไฟล์ > เลือก “Restore” ไฟล์จะกลับไปที่ตำแหน่งเดิมอัตโนมัติ อันนี้เป็นวิธีที่เร็วและชัวร์สุด 4) กู้คืนทั้งโฟลเดอร์หรือหลายไฟล์พร้อมกัน - เลือกหลายไฟล์ด้วย Ctrl หรือเลือกทั้งหมดด้วย Ctrl+A - คลิกขวา > Restore เหมาะมากตอนเผลอลบโฟลเดอร์รูป/เอกสารจำนวนมาก 5) ถ้าเผลอ Empty Recycle Bin ไปแล้ว ยังทำอะไรได้บ้าง? ประสบการณ์ส่วนตัวคือ “อย่าพึ่งเซฟไฟล์ใหม่ทับไดรฟ์เดิม” เพราะยิ่งเขียนข้อมูลเพิ่ม โอกาสกู้ยิ่งลด ลองทางเลือกเหล่านี้: - เช็ก OneDrive/Google Drive/Dropbox ถ้ามีซิงก์ไว้ อาจกู้จากถังขยะของคลาวด์ได้ - Windows File History (ถ้าเคยเปิดใช้งาน): คลิกขวาที่โฟลเดอร์เดิม > Properties > แท็บ Previous Versions - ถ้าจำเป็นค่อยใช้โปรแกรมกู้ข้อมูล (เลือกตัวที่น่าเชื่อถือ) และพยายามติดตั้ง/กู้ไปที่ไดรฟ์อื่น 6) ป้องกันการลบผิดในอนาคต - ตั้งค่า Recycle Bin ไม่ให้เล็กเกินไป (ถังขยะเล็กจะลบออกถาวรเร็ว) - แยกโฟลเดอร์ “งานสำคัญ” และสำรองไว้เสมอ (External drive หรือ Cloud) - ก่อนกด Shift+Delete ให้ชัวร์จริง ๆ เพราะเป็นการลบข้าม Recycle Bin หวังว่าโพสต์เสริมนี้จะช่วยให้ลบไฟล์ในถังขยะได้อย่างมั่นใจ และกู้ไฟล์จาก Recycle Bin ได้ทันเวลานะคะ โดยเฉพาะเวลาพลาดลบไฟล์งานสำคัญ