พ่อแม่รู้ยัง⁉️

ทำไมต้องอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวัน

แม่ๆรู้ไหม 15 นาทีต่อวัน = พัฒนาการพุ่งมาก

✅พัฒนาสมองและภาษา: การได้ฟังคำศัพท์ซ้ำๆ ช่วยกระตุ้นการเชื่อมต่อของสมอง ลูกพูดเร็ว คลังคำศัพท์เยอะ

✅พัฒนา EQ และความผูกพัน: เสียงของแม่คือเสียงที่ปลอดภัยที่สุด สร้าง Secure Attachment ลูกอารมณ์ดี เลี้ยงง่ายขึ้น

✅ฝึกสมาธิและจินตนาการ: นิทานภาพสีสัน ช่วยฝึกโฟกัส จดจ่อได้นานขึ้น

✅ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่ 0 ขวบ: ไม่ต้องรอให้อ่านออก แค่อ่านให้ฟังก็คือเริ่มแล้ว

📍 พิกัดร้าน: https://s.shopee.co.th/9V0VEEZHrj

#นิทานก่อนนอน #หนังสือนิทานเด็ก #พัฒนาการลูกน้อย #ของใช้เด็กเล็ก #ป้ายยาแม่และเด็ก

6 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการเลี้ยงลูก การอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวันไม่ใช่แค่กิจกรรมที่ช่วยให้ลูกผ่อนคลายก่อนนอนเท่านั้น แต่ยังมีผลมหาศาลต่อพัฒนาการรอบด้านของลูก ในช่วงวัยที่ลูกเริ่มเรียนรู้ ภาษาและสมองของลูกกำลังพัฒนาจากการฟังคำศัพท์ซ้ำๆในนิทาน ทำให้คลังคำศัพท์ของลูกขยายตัวเร็วขึ้น ลูกสามารถพูดเป็นประโยคและสื่อสารได้อย่างเข้าใจง่าย การใช้เสียงที่อบอุ่นของพ่อแม่สร้างความรู้สึกปลอดภัยหรือ Secure Attachment ซึ่งส่งผลดีต่อ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ของลูก ทำให้ลูกอารมณ์ดีและเลี้ยงง่ายกว่าเดิม นิทานภาพสีสันสดใสทำให้ลูกฝึกสมาธิและโฟกัสได้ดีขึ้น เพราะเด็กๆ จะสนใจภาพประกอบที่สวยงามและเรื่องราวที่น่าติดตาม ซึ่งช่วยฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในใจ อีกหนึ่งข้อดีที่ไม่ควรมองข้ามคือ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่แรกเกิด ถึงแม้ว่าลูกจะยังอ่านไม่ออก การอ่านให้ฟังก็ช่วยให้ลูกรู้จักหนังสือและรู้สึกสนุกที่ได้ฟังเรื่องราว ในทางกลับกัน ลูกจะมีพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีกว่าและพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงวัยเรียน สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหาหนังสือนิทาน สำหรับลูกน้อย แนะนำให้เลือกหนังสือนิทานที่ได้รับรางวัลนานาชาติซึ่งมีเนื้อเรื่องอบอุ่นและแฝงข้อคิด เช่น นิทานเกี่ยวกับการยอมรับตัวเอง การสร้างความมั่นใจ และส่งเสริม Growth Mindset ในเด็ก โดยหนังสือเหล่านี้ช่วยให้ลูกพัฒนาทักษะสมอง EF และเรื่องราวที่เกี่ยวกับความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์เหมือนในนิทาน "หนูจิ๋วหัวใจสิงโต" หรือ "มหัศจรรย์เมื่อฉันเติบโต" จะช่วยได้มาก นอกจากนิทานแล้ว การเลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนเข้านอน ก็จะช่วยให้ลูกผ่อนคลาย มีสมาธิในการฟังมากขึ้น และนอนหลับง่ายและสนิทขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสร้างความอบอุ่นและความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูก หากทำต่อเนื่องเป็นนิสัย จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในพัฒนาการของลูกอย่างชัดเจนภายในเวลาไม่นาน