Automatically translated.View original post

Used to think, "The more help = the better a fortune teller."

But enough to read cards for a long time

To understand that

No matter how much we want to support the child

If the fortune teller doesn't take care of himself at all

We will eventually become exhausted.

This is one important lesson.

TAROKJOE wants to tell himself

In the early days of being a fortune teller, 🐞✨

# Cards

# fortune teller

# TAROKJOE

5/28 Edited to

... Read moreเมื่อได้ทำงานเป็นหมอดูมาสักระยะหนึ่ง ผมได้เรียนรู้ว่า ข้อจำกัดของการช่วยเหลือที่มากเกินไปสามารถทำให้เราหมดพลังได้โดยไม่รู้ตัว ในช่วงแรกผมเองก็เหมือนกับผู้ที่เคยเชื่อว่า ยิ่งช่วยลูกดวงมากเท่าไร ยิ่งเป็นหมอดูที่ดีเท่านั้น แต่การใส่ใจจนเผลอแบกรับปัญหาของคนอื่นมากเกินไปนั้น ส่งผลเสียต่อจิตใจและประสิทธิภาพการอ่านไพ่ของตัวเราเอง เรื่องนี้ทำให้ผมได้ทบทวนบทบาทและขอบเขตหน้าที่ของหมอดูใหม่อย่างลึกซึ้ง การเป็นหมอดูไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกดวงทั้งหมดหรือแก้ไขปัญหาทุกอย่างแทนผู้อื่น แต่งานหลักคือการช่วยส่องไฟให้ลูกดวงเห็นหนทางและตัวเลือกของตัวเอง เพื่อให้พวกเขาตัดสินใจเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งในแบบของตัวเอง วิธีนี้ทำให้ลูกดวงได้รับพลังบวกและรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เรามีสุขภาพใจที่ดีและมีพลังในการช่วยคนต่อไปได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้น การตั้งขอบเขตทางอารมณ์ (Emotional Boundary) เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่หมอดูต้องฝึกฝน คือการไม่เอาเรื่องราวและพลังงานด้านลบของลูกดวงเข้ามาถมทับใจของตัวเองจนเกินไป เพราะถ้าเราเผลอรับเอาความรู้สึกของคนอื่นมามากเกินไป ผลเสียคือความเหนื่อยล้าใจสะสมและการอ่านไพ่ที่อาจผิดพลาดได้ ผมจึงมักถามตัวเองเสมอว่า วันนี้ใจเรายังไหวไหม พร้อมรับสภาพพลังงานคนอื่นแค่ไหน และเมื่อไหร่ควรพัก เพื่อรักษาคุณภาพของการเป็นหมอดูไปพร้อมกัน ด้วยบทเรียนนี้ หวังว่าทุกคนที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้จะไม่ลืมดูแลใจของตัวเอง เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือผ่านไพ่เป็นไปอย่างแท้จริงและยั่งยืนในระยะยาว