Automatically translated.View original post

Noise pollution that many people overlook

Normally, a person's cochlear can withstand no more than 85 dB of sound if listened to continuously for a long time, because beyond this there is a risk of permanent cochlear hair cell damage.

🔉 The rough criteria of pitch and risk.

0-40 dB → Safe (e.g. whisper, library)

40-70 dB → Safe if listening for a long time (e.g. conversation noise, rain noise)

70-85 dB → Start at risk if exposed for hours (e.g. traffic, vacuum cleaner)

85-100 dB → Hazards to the ear if exposed for more than 1-2 hours (e.g. lawn mower, concert)

100-120 dB → Very dangerous, even listening for a few minutes (e.g. fireworks, race cars)

120 dB or more → can cause acute deafness (e.g. gunfire, explosion)

👉 Therefore, the maximum level that is still generally safe is not more than 85 dB. If exceeded, the exposure time should be reduced or the sound reduction earplugs / headphones should be used.

2025/9/6 Edited to

... Read moreมลพิษทางเสียงเป็นปัญหาที่หลายคนมักมองข้าม แต่เสียงดังเกินระดับที่กำหนดสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพหูและคุณภาพชีวิตของเราได้อย่างรุนแรงเสมอ เมื่อเราพูดถึงเสียงที่มีระดับความดังเกิน 85 เดซิเบล (dB) ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการเสี่ยง เพราะเสียงที่มีระดับความดังสูงจะทำลายเซลล์ขนในประสาทหูซึ่งเป็นสาเหตุให้สูญเสียการได้ยินถาวรได้ แม้จะไม่ได้ยินทันทีแต่ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบรุนแรง เช่น หูอื้อ หรือสูญเสียการได้ยินแบบไม่หวนกลับ ในชีวิตประจำวัน มีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงดัง เช่น การจราจรหนาแน่น เครื่องตัดหญ้า เครื่องดูดฝุ่น หรือแม้กระทั่งกิจกรรมบันเทิงอย่างคอนเสิร์ต ดอกไม้ไฟ และเสียงปืน โดยเสียงเหล่านี้มีระดับความดังที่สูงและสามารถเกิดผลกระทบได้หากสัมผัสเป็นเวลานานหรือในบางกรณี แม้เพียงไม่กี่นาทีก็เป็นอันตรายได้ สำหรับวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ง่ายและควรทำอย่างสม่ำเสมอ เช่น การใช้ที่อุดหูหรือเฮดโฟนลดเสียงขณะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง รวมถึงการลดระยะเวลาการสัมผัสเสียงดังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบระดับเสียงรอบตัว และเลือกที่จะหลีกเลี่ยงสถานที่ที่เสียงดังเกินกว่าระดับปลอดภัย เมื่อทำได้ ผู้ใช้สามารถช่วยถนอมสุขภาพการได้ยินของตนเองได้เป็นอย่างดี ในบางกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงดังได้ การพักผ่อนให้หูได้ฟื้นฟูหลังสัมผัสเสียงดังหลายชั่วโมงก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การหลีกเลี่ยงการฟังเพลงด้วยระดับเสียงสูง หรือการให้เวลาหูได้หยุดพักจากสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังนั้น การตระหนักรู้และสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบย่อมช่วยลดปัญหามลพิษทางเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยให้สุขภาพการได้ยินของเราดีขึ้นในระยะยาว