Automatically translated.View original post

The heart candy from childhood is Nong Pu Thai.

1/16 Edited to

... Read moreถ้าพูดถึง “ขนมสมัยก่อน” ที่อยู่คู่ร้านโชห่วยและโตมากับเรา ขนมปูไทยคือหนึ่งในนั้นเลยค่ะ จุดเด่นที่จำได้ตั้งแต่เด็กคือเป็น “ขนมรูปปู” กรอบๆ เคี้ยวเพลิน เปิดซองทีไรก็ได้กลิ่นหอมแบบขนมข้าวโพด/ข้าวอบ (ฟีลใกล้เคียงขนมขบเคี้ยวอย่างเลย์ แต่เป็นคนละสไตล์—ปูไทยจะเบา กรอบ โปร่งกว่า และไม่ได้มันเคลือบหนา) หลายคนค้นหาว่า “ปูไทยมีกี่รส” เพราะช่วงหลังมีรสออกใหม่เรื่อยๆ จากที่คุ้นเคยสุดๆ คือ “ปูไทย รสดั้งเดิม” ซึ่งเป็นรสที่กินง่ายที่สุด เค็มนิดๆ หอมๆ และกรอบชัด เหมาะกับคนที่อยากได้รสคลาสสิก ไม่จัดจ้าน ซองนี้แหละที่ทำให้คำว่า “อร่อยถูกใจเด็กไทยทุกคน” ไม่เกินจริง อีกซองที่คนพูดถึงเยอะคือ “ปูไทยสีเขียว” (รสสาหร่าย) ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นรสที่กินเพลินมาก เพราะกลิ่นสาหร่ายขึ้นชัด เค็มหอมกำลังดี เหมาะกับพกไปกินระหว่างทำงาน/ดูซีรีส์ แบบหยิบทีละชิ้นแล้วหมดซองไวมาก ส่วนสายแซ่บต้องลอง “รสหม่าล่า” อันนี้คือเผ็ดและมีความลิ้นชาเบาๆ ตามสไตล์หม่าล่า กินคำแรกอาจจะตกใจนิดนึง แต่พอเริ่มชินจะรู้สึกว่ามันหอมเครื่องเทศและตัดเลี่ยนดี แนะนำให้มีน้ำเย็นหรือชาไว้ข้างๆ จะฟินขึ้น ถ้าถามว่าปูไทยมี “ประวัติ” ยังไง ในมุมคนกินมาตั้งแต่เด็ก เรารู้สึกว่ามันเป็นขนม “ห่อโบราณ/ซองขนม” ที่ให้บรรยากาศยุคก่อนมากๆ คือซื้อได้ง่าย ราคาเข้าถึง และเป็นขนมที่ผู้ใหญ่ก็หยิบกินได้ เด็กก็ชอบ เพราะทั้งกรอบและรสไม่ซับซ้อน ทริคเล็กๆ เวลาเลือกซื้อ: ดูซองให้ไม่ยุบหรือมีรู เพราะขนมจะหืน/ไม่กรอบง่าย และถ้าชอบความกรอบจัดๆ แนะนำเขย่าซองเบาๆ เลือกซองที่ชิ้นขนมไม่แตกละเอียดเกินไป จะได้เคี้ยวสนุกกว่า สรุปสำหรับคนที่กำลังลังเล: ถ้าชอบคลาสสิกเริ่มที่รสดั้งเดิม ถ้าชอบกลิ่นหอมกินเพลินเลือกซองเขียวรสสาหร่าย และถ้าชอบเผ็ดจัดจ้านค่อยไปหม่าล่า รับรองว่ามีรสที่ถูกใจแน่นอน