ดัชนีคอร์รัปชันโลก

เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเราจะอยู่ข้างหลังซะเอง?

.

ข่าวล่ามาแรงประจำสัปดาห์นี้ 'ดัชนีคอร์รัปชันโลก' ประจำปี 2025 ประกาศแล้ว และปีนี้ 'ประเทศไทย' ได้คะแนนเพียงแค่ 33 คะแนนจาก 100 คะแนนเต็ม (ยิ่งคะแนนน้อย ยิ่งคอร์รัปชันมาก)

.

ทำให้อันดับของประเทศไทยร่วงจาก 115 มาเป็น 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ร่วงลงเรื่อยๆ ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4 แล้ว

.

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแล้ว ไทยจึงอยู่ในอันดับต่ำกว่าสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว โดยไทยมีอันดับสูงกว่าแค่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเมียนมาเท่านั้น

.

ความสำคัญของ Corruption Perceptions Index (CPI) หรือ ดัชนีรับรู้การทุจริต จัดทำขึ้นโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดว่าภาพลักษณ์การทุจริตในภาครัฐของแต่ละประเทศเป็นอย่างไรในสายตานักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก

.

การได้อันดับ 'ดัชนีคอร์รัปชัน' ต่ำจึงมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เพราะยิ่งคะแนนต่ำก็แปลว่าธุรกิจเสี่ยงจะมีต้นทุนเพิ่มจากการจ่ายสินบน และยังส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชนด้วย

.

#BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #ดัชนีคอร์รัปชัน #CPI

2/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และการติดตามข่าวสารดัชนีคอร์รัปชันโลก (Corruption Perceptions Index - CPI) พบว่าอันดับของประเทศไทยมีแนวโน้มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อน โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ซึ่งถือว่ายังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนอย่างชัดเจน เช่น สิงคโปร์ ที่ได้คะแนนสูงถึง 84 คะแนน และมาเลเซียที่ได้ 54 คะแนน สิ่งนี้บ่งบอกว่าการทุจริตในภาครัฐและเอกชนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติยังลดน้อยลง เพราะธุรกิจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เพิ่มมาจากการจ่ายสินบน ซึ่งส่งผลร้ายทั้งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม ในมุมผู้ใช้ชีวิตในสังคมไทยจากประสบการณ์ตรง การทุจริตและการใช้อิทธิพลยังคงพบเห็นได้ในหลายระดับ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันจนถึงระดับองค์กรใหญ่ ทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้และไม่มั่นใจในระบบ ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่ต้องการต้องเริ่มจากการร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ที่ต้องร่วมกันตื่นตัว มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใสและจริงจัง การรับรู้และเรียนรู้เกี่ยวกับดัชนีคอร์รัปชันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทำให้เราทราบว่าไทยยังมีช่องว่างในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงขนาดไหน นอกจากนี้ยังช่วยเตือนให้นักลงทุนและนักธุรกิจมองหาโอกาสในการร่วมมือกับภาคส่วนที่โปร่งใสมากขึ้น เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนและน่าอยู่มากขึ้นในอนาคต