น้ำปลาร้าร้านนี้อร่อยมาก ต้องหาซ้ำ
#ร้านส้มตำ #อาหารอีสาน #คลิปนี้ต้องฟีด #พัฒนาการ #ร้านอร่อยกรุงเทพ
ถ้าเพื่อนๆ กำลังค้นหาว่า “น้ำปลาร้ายี่ห้อไหนอร่อย” เราเข้าใจเลย เพราะน้ำปลาร้าแต่ละยี่ห้อรสชาติ/กลิ่นต่างกันมาก บางอันหอมละมุน บางอันนัวจัด บางอันเค็มนำ พอเลือกถูกตัวแล้วทำส้มตำที่บ้านคือรอดแบบร้านส้มตำเลย จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาเราบอกว่า “อร่อยมาก ต้องหาซ้ำ” ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำปลาร้าที่รสกลมกล่อม ไม่โดดเค็มหรือหวานเกินไป และกลิ่นไม่พุ่งแรงจนคนรอบข้างรับไม่ไหว (โดยเฉพาะเวลาทำในคอนโด) จุดที่เราจะเช็กมีประมาณนี้ 1) เลือกตามสไตล์รสที่ชอบ - สาย “นัวๆ” : เหมาะกับส้มตำปลาร้า ตำข้าวโพด ตำแตงกวา รสจะละมุน กินง่าย - สาย “เข้มข้น” : เหมาะกับตำป่า ตำซั่ว ลาบ น้ำตก กลิ่นและรสจะชัดขึ้น - สาย “ไม่เหม็น” : มองหาที่ระบุว่ากลิ่นเบา/ปรุงสุก/กรองแล้ว จะใช้ง่ายกว่า 2) ดูความเค็ม-ความหวานก่อนซื้อ บางยี่ห้อเค็มนำมาก ถ้าทำส้มตำอาจไม่ต้องเติมน้ำปลาเพิ่มเลย ส่วนบางยี่ห้อหวานนิดๆ จะเหมาะกับคนที่ชอบส้มตำรสนุ่มๆ ไม่แหลม 3) วิธีลองรสให้รู้เร็ว (ไม่ต้องตำทั้งครก) เราใช้วิธีหยดน้ำปลาร้านิดเดียวลงข้าวสวยร้อนๆ หรือคลุกกับเส้นขนมจีนเปล่าๆ จะรู้เลยว่ากลมกล่อมไหม เค็มไปไหม กลิ่นแรงแค่ไหน 4) ทริคทำส้มตำให้นัวแบบร้าน - ใส่น้ำปลาร้าทีละน้อยแล้วชิม อย่าเททีเดียว - เพิ่มความหอมด้วยมะนาว/มะขามเปียกตามชอบ - ถ้ากลิ่นแรงไป ให้เติมน้ำมะนาว+น้ำตาลปี๊บปลายช้อนช่วยบาลานซ์ 5) เก็บยังไงให้กลิ่นไม่แรง เปิดขวดแล้วเราแนะนำปิดให้แน่น เช็ดปากขวด เก็บในช่องเย็น และถ้าเป็นแบบขวดใหญ่ให้แบ่งใส่ขวดเล็กสำหรับใช้งานประจำ จะช่วยคุมกลิ่นและยืดความสดได้ นอกจากสายส้มตำ เราว่ามีน้ำปลาร้าบางแนวที่เอาไปทำของหวานหรือเมนูเย็นๆ ไม่เกี่ยวกันเลย เช่น สลิ่ม ทับทิมกรอบ ลอดช่องแตงไทย แตงไทยน้ำกะทิ เฉาก๊วย—วันไหนกินเผ็ดแล้วตบท้ายด้วยของหวานพวกนี้คือดีมาก ช่วยตัดรสได้สุดๆ ถ้าอยากให้แนะนำแบบตรงสไตล์มากขึ้น บอกได้เลยว่าเพื่อนๆ ชอบปลาร้า “นัว/เข้ม/กลิ่นเบา” แล้วปกติทำเมนูอะไรบ่อย เดี๋ยวเราช่วยสรุปแนวที่ควรมองหาตอนเลือกซื้อน้ำปลาร้าให้ค่ะ
