[ตอนที่ 2] ฉันไม่อยากจะเจ๊ง: ”ต้นทุนแฝง“ กับดักคนทำอาหารที่บ้าน

5/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงในการทำธุรกิจอาหารที่บ้าน ฉันพบว่าการละเลยต้นทุนแฝงอย่างแรงงานของตัวเองและค่าใช้จ่ายที่เหมือนจะฟรี กลับทำให้กำไรหายวับไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลายครั้งที่ฉันทุ่มเทเวลาทำอาหาร แพ็กสินค้าจนเหนื่อย แต่พอปิดบัญชีสิ้นเดือนกลับไม่ได้เงินเก็บตามที่คาดหวัง นั่นเพราะฉันไม่ได้คิดค่าแรงตัวเองในต้นทุนสินค้า คิดแค่ว่าวัตถุดิบกับบรรจุภัณฑ์เพียงพอแล้ว แต่จริงๆ ต้องบวกราคาค่าแรงต่อชั่วโมงลงในราคาสินค้าด้วย นอกจากนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่าการหารค่าเช่าห้องหรือค่าส่วนกลางที่อยู่อาศัยเป็นต้นทุนของธุรกิจบ้างถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะถ้าวันหนึ่งเราไปเช่าพื้นที่ภายนอกจริงๆ จะได้ไม่ช็อกกับค่าเช่าที่สูงขึ้น ซึ่งฉันแนะนำให้แบ่งออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ไว้ในต้นทุนอย่างน้อย 10-20% ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟ ค่าแก๊ส น้ำ ก็ต้องเผื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มเวลาทำธุรกิจเหมือนกัน เพราะการใช้เตาไฟหรือแช่อาหารในตู้เย็นย่อมต่างจากการใช้งานทั่วไปที่บ้าน คิดบวกเพิ่มเป็น 5-10% ของต้นทุนวัตถุดิบเพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ สุดท้าย ฉันพบว่าค่าเสื่อมของอุปกรณ์ เช่น หม้อทอด กระทะ หรือกล่องเก็บของสด เป็นเรื่องที่มักถูกมองข้าม และควรตั้งเงินสำรองไว้บ้างในแต่ละกล่องขายเพื่อสามารถซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อต้องใช้งานจริง สรุปคือ การรู้จักต้นทุนแฝงจริงๆ และคิดบวกในราคาสินค้าอย่างรอบคอบ จะช่วยให้ไม่ต้องทำงานฟรีและรักษาธุรกิจให้ดำเนินไปอย่างยั่งยืน รู้จักต้นทุน รู้คุณค่าของตัวเอง แล้วตั้งราคาขายให้สมเหตุสมผล นี่คือความลับสำคัญสำหรับผู้ทำอาหารขายที่บ้านทุกคน