พระสยามเทวาธิราช มีจริง
ดลให้เกิดอุบัติเหตุ พบ ชาวจีน และวัตถุระเบิด ถูกตรวจสอบและ ตำรวจคุมตัว ขยายผล
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 22.00 น. วันที่ 8 พ.ค.69 กรณีตรวจค้นบ้านพัก ของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ตำรวจพบหลักฐานสำคัญภายในโทรศัพท์มือถือ ของชาวจีนรายนี้ หลังจากที่มีการตรวจพบ วัตถุระเบิด C4 จำนวน 4 ก้อน น้ำหนักก้อนละ 2 ปอนด์ หรือประมาณก้อนละ 1 กิโลกรัม ซึ่งระเบิดดังกล่าว มีพลังการทำลายล้างสูงในรัศมีหลายร้อ ยเมตรเมตร.
อีกทั้งยังพบอาวุธปืนสงคราม ชนิด M4 ซึ่งเป็นอาวุธที่มีใช้ในยุทธวิธีทางการทหาร จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 5.56 จำนวน หลาย 10 นัด , ระเบิดมือแบบสังหารบุคคล 4 ลูก , รายละเอียดระเบิด , ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 จำนวน 1 ลูก , ระเบิดสังหารชนิดกับดัก แบบฝักข้าวโพด จำนวน 4 ลูก , เชื้อปะทุ ของลูกระเบิดสังหาร จำนวน 3 อัน , ดินระเบิด c4 จำนวน 1 กล่อง ไม่ทราบน้ำหนัก , ดินระเบิด c4 น้ำหนัก 1.1/4 บอน จำนวน 2 แท่ง รวมลูกระเบิดมือที่พบ จำนวน 10 ลูก และตัวจุดชนวน ( รีโมท )
แต่ที่ตำรวจต้องตกตะลึง ถึงขั้นอพยพชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ออกไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เนื่องจากพบเสื้อเกาะกันกระสุน ถูกติดตั้งระเบิดซีโฟร์ไว้ในเสื้อกันกระสุน อีกทั้งระเบิดถูกติดตั้งระบบพร้อมใช้งาน คล้ายกับ “ระเบิดพลีซีพ”
นอกจากนี้ยังพบว่า ในโทรศัพท์มือถือของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน มีการใช้โทรศัพท์มือถือพูดคุยกับ แอปพลิเคชัน แชท GPT สอบถามแนวทางการก่อเหตุวินาศกรรมในสถานที่สำคัญ รวมถึงอนุภาคการทำลายล้างของระเบิดซีโฟร์ รวมถึงยังมีคลิป การฝึกยิงอาวุธปืนสงคราม และการกว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งจุดพิกัดในการไปฝึก ปรากฏอยู่ที่บริเวณ ค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือที่เรารู้จักกัน นักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุม ทราบว่าในระหว่างการตรวจสอบบ้านดังกล่าว ชายชาวจีนรายนี้ ได้ทำกับดัก ลักษณะขึงลวด แล้วโยงติดกับสลักระเบิด หากพลาดไปเตะ ระเบิดจะทำงานทันที ซึ่งลักษณะดังกล่าวเราจะเห็นในภาพยนตร์แนวแอ็กชั่น
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการกั้นพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติม โดยยังไม่มีการเคลื่อนย้าย วัตถุระเบิดและอาวุธปืนที่มีการตรวจพบ โดยจะมีการตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียด
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยติดตามข่าวการตรวจค้นวัตถุระเบิดและอาวุธผิดกฎหมาย เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าน่าตกใจอย่างมาก เนื่องจากการพบวัตถุระเบิด C4 ที่มีพลังทำลายล้างสูงถึงขนาดใช้ติดตั้งกับเสื้อเกราะกันกระสุนและระบบระเบิดพร้อมใช้งานคล้ายระเบิดพลีชีพ เป็นการเตือนถึงความรุนแรงและความพร้อมของตัวผู้ก่อเหตุที่มีแผนอย่างละเอียด การที่นายหมิงเฉิน ซัน ใช้โทรศัพท์มือถือสื่อสารกับแอปพลิเคชัน ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำในการก่อเหตุวินาศกรรม รวมทั้งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอนุภาคการทำลายล้างของระเบิดและการฝึกอาวุธสงคราม ถือเป็นสถานการณ์ที่ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เพราะแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการวางแผนเหตุร้าย ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่เพียงแต่ต้องมีมาตรการป้องกันจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังต้องสร้างความตระหนักรู้และเฝ้าระวังในระดับสังคม การตรวจพบกับดักลักษณะขึงลวดผูกติดกับสลักระเบิดที่บ้านพัก จึงเป็นตัวอย่างของการป้องกันตัวขั้นสูงสุดที่ไม่ค่อยพบในข่าวทั่วๆ ไป ซึ่งใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือสัมผัสเหตุการณ์จริง ควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ การฝึกซ้อมยิงอาวุธและการขว้างระเบิดมือที่ปรากฏในคลิปวิดีโอที่ตรวจพบในโทรศัพท์ของนายหมิงเฉิน ซัน ที่ค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือที่รู้จักกันในชื่อค่าย BHQ นับเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนต่อไป โดยเชื่อมโยงถึงความเป็นไปได้ในการฝึกระเบิดและอาวุธในต่างประเทศ ซึ่งหากปล่อยปะละเลย อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงของประเทศ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการติดตามข่าวสารและร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่การใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการก่อเหตุร้ายมากขึ้น ทุกคนควรระมัดระวังและแจ้งเบาะแสที่น่าสงสัยเพื่อช่วยป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้





































