ต่างด้าวปลอดภาษี คนไทยทำอะไรก็ต้องจ่าย ครม. ปลดล็อก 8 ธุรกิจให้ต่างชาติเข้ามาได้เลยไม่ต้องขอ แล้วคนไทยจะอยู่ตรงไหน?
ครม. ไฟเขียวปลดล็อก 8 ธุรกิจให้ต่างชาติลงทุนได้เลยไม่ต้องขออนุญาต ตั้งแต่โทรคมนาคม ศูนย์บริหารเงิน ขุดเจาะปิโตรเลียม ไปจนถึงธุรกิจหลักทรัพย์ ฟังดูเหมือนเปิดประตูรับเงินนอก แต่คำถามที่ไม่มีใครตอบคือ — ผู้ประกอบการไทยรายเดิมที่เคยผูกขาดตลาดพวกนี้อยู่ จะแข่งยังไง? เพราะทุนต่างชาติมาพร้อมเทคโนโลยีและเงินหนากว่าหลายเท่า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเคยตรวจเจอนิติบุคคลกว่า 6,500 ราย ที่ต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% แต่ทำธุรกิจอยู่แล้วโดยไม่ได้ขออนุญาต ครั้งนี้แค่ทำให้ถูกกฎหมายเท่านั้นเอง มติ ครม. เมื่อ 12 พ.ค. 69 นี้จึงไม่ใช่แค่ "เปิดเสรี" แต่คือการ "รับรองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว" ต่างหาก
❌️ขุดเจาะปิโตรเลียมนี่แหละตัวดีเลย แฝงเข้าสอดไส้มาเฉย...
สมชายแสวงการ พูดไม่ผิดจริงๆว่า...🔻
หนีเสือปะจระเข้
หนีจระเข้ปะเห้
หนีเห้ปะเห้กว่า
จากการที่ ครม. ได้ปลดล็อก 8 ธุรกิจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ง่ายขึ้น เช่น โทรคมนาคม ขุดเจาะปิโตรเลียม และธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงในหลายแง่มุม โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการไทยที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากทุนต่างชาติที่มักจะมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำหน้าและเงินทุนมหาศาล ในฐานะผู้ที่ทำธุรกิจขนาดเล็ก เราย่อมเห็นความแตกต่างในศักยภาพเมื่อเทียบกับบริษัทข้ามชาติที่มีทุนหนาและทรัพยากรเยอะมากขึ้น รู้สึกเหมือนต้องวิ่งแข่งในสนามที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลายครั้งที่ได้ยินเรื่องการถือหุ้นของต่างชาติในนิติบุคคลที่เกิน 50% แต่ยังดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วในสนามจริง นอกจากนี้การเปิดเสรีธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมก็สร้างความกังวลเชิงเศรษฐศาสตร์และความมั่นคงของประเทศอย่างมาก เพราะมันเป็นธุรกิจที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับทรัพยากรสำคัญระดับชาติ หากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาจเกิดผลกระทบระยะยาวที่ยากจะประมาณค่าได้ ประเด็นนี้ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของคุณสมชายแสวงการที่กล่าวว่า "หนีเสือปะจระเข้" คือเรากำลังพยายามแก้ปัญหาโดยแลกกับความเสี่ยงใหม่ อาจจะใช้คำว่าเป็นการ "รับรองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว" มากกว่าแค่เปิดเสรีอย่างแท้จริง สำหรับผู้ประกอบการไทย การปรับตัวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ทันสถานการณ์ เพราะหากปล่อยให้ทุนต่างชาติเข้ามาและครอบงำตลาด อาจจะทำให้ธุรกิจของคนไทยลดบทบาทลงอย่างน่าเสียดาย จากประสบการณ์ตรงที่เคยเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของการเปิดเสรีและการลงทุนจากต่างประเทศ ผมเชื่อว่าการตระหนักรู้และการตั้งคำถามต่อทิศทางนโยบาย รวมถึงการมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ชัดเจน จะช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายได้



















