เดินทาง โฮจิมินห์-มุยเน่ ด้วยตัวเองแบบไม่จองล่วงหน้า🚌🚏จุดขึ้นรถ

เราเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม 2026 เข้าไปดูการเดินทางของเราได้ 👉🏻P.1 เวียดนาม โฮจิมินห์-มุยเน่ 🧸🇻🇳P.2 เวียดนาม โฮจิมินห์only

สำหรับค่าใช้จ่ายเราแยกไว้ในโพสต์นี้แล้ววว 👉🏻 ค่าใช้จ่ายเวียดนาม 4วัน3คืน

เราหาข้อมูลมาแล้วว่าตม.เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องความช้า แต่เรากับเพื่อนไปแบบปล่อยใจ ช้าก็ช่างมันแค่ให้ทันรถบัสรอบสุดท้ายของวันพอ เลยตัดสินใจไม่ซื้อfast track ไม่จองรถบัสล่วงหน้าเพราะไม่มั่นใจเรื่องเวลา ตั้งใจว่าจะไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์เลย

โชคดีที่วันนั้นคนน้อยมาก รอไม่นาน ออกจากตม.ก็รีบเอากระเป๋าแล้วเรียกแกร็บไปที่จุดขึ้นรถทัวร์ในเมืองทันที

💚ปักหมุดเรียกแกร็บ ใช้แอปเดียวกับที่ไทยได้เลยไม่ต้องโหลดแอปใหม่ ในแอปจะแนะนำจุดไว้ให้ พร้อมบอกเส้นทางเดินไปตรงจุดที่แนะนำ เดินตามได้เลยค่ะ “ออกจากประตูเดินข้ามถนน2เลนใหญ่ จะเจอคนใส่เสื้อแกร็บกับฝูงชนจำนวนนึง ตรงจุดนั้นแหละค่ะ” //เช็คป้ายทะเบียนทุกครั้งที่ขึ้นนะคะ ❌ห้ามขึ้นตรงหน้าประตูสนามบินเด็ดขาดอาจจะโดนโกงได้

🚌ขาไปมุยเน่-เราไปถึงจุดขึ้นรถบัสประมาณบ่าย3โมง Nam Hải Limousine “รถบัสมีทั้งหมด3แบบ นั่งธรรมดา นั่งvip นอน“ ตอนเราไปถึงจะเหลือแค่รอบ 18.00น. กับ 19.00น. เป็นแบบนั่งธรรมดากับนั่งvip เราต้องการรอบที่เร็วที่สุดเลยได้แบบนั่งธรรมดารอบ 18.00น (200,000ดอง/คน เงินสดonly) นั่งสบายกว่าที่คิดเยอะเลย สะอาดมากด้วย (ถอดรองเท้าขึ้นรถ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4ชั่วโมง รถบัสส่งถึงหน้าโรงแรมเลย พอถึงพี่ขับก็ลงมาช่วยยกกระเป๋า ดีสุดๆ กราบบบ

🚌ขากลับโฮจิมินห์-เราให้ที่โรงแรมMeraki Oasis จองรถให้เลย(ใครมามุยเน่อยากป้ายยาโรงแรมนี้สุดๆ) ครั้งนี้เลือกแบบนอน รอบ 12.00น. (230,000ดอง/คน เงินสดonly) มีให้เลือกเตียงล่างกับเตียงบน เรากับเพื่อนเลือกเตียงบนทั้งคู่ เราถามพี่พนักงานว่ารถบัสจะไปส่งเราที่ไหน เขาให้ตำแหน่ง 161 Nguyễn Cư Trinh นี้มา ซึ่งรถบัสจะไม่ได้ส่งที่หน้าโรงแรม แต่เราดูแมพแล้วก็โอเคไม่ไกลจากโรงแรมที่จะไปพัก //รถบัสจะมารับที่หน้าโรงแรมเลยสะดวกมาก รถบัสสะอาดมาก ต้องถอดรองเท้าขึ้นเหมือนเดิม เตียงบนก็นอนหลับสบายดี

💥เราเปิดแมพไว้ตลอดทาง ละเห็นว่าอีกประมาณ30นาทีจะใกล้ตำแหน่งที่ปักไว้ เลยลุกขึ้นเก็บกระเป๋าเตรียมตัว แต่แล้วรถก็เลี้ยวเข้ามาในที่ที่เหมือนเป็นอู่รถ ตอนแรกนึกว่าเขามารับคน แต่พอผ่านไปสักพัก คนขับดับเครื่องยนต์ ผู้โดยสารเริ่มลงจากรถ เราคืองงเอ๋อไปเลย ก็เลยลงไปคุยกับพี่คนขับรถบัส แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เขาพูดแค่ change เราก็พอเข้าใจว่าต้องเปลี่ยนรถ แต่เปลี่ยนเป็นคันไหนตรงไหน?? แต่แล้วก็เหมือนโชคช่วยมีพี่คนขับรถตู้ น่าจะพึ่งเข้ามาจอดรถ เดินเข้ามาช่วยคุย สรุปคือ “เราต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถตู้เพื่อเข้าไปในเมือง ไปนั่งรอรถตรงนี้(ชี้ไปตรงเก้าอี้) อีก10นาทีรถตู้จะเข้ามารับ” โอเคเลย อึ้งหน่อยๆแต่เข้าใจทุกอย่างละก็ใจชื้น

🚐รถตู้จะมาส่งตำแหน่งที่พี่พนักงานโรงแรมให้มาเลย 161 Nguyễn Cư Trinh ละก็เรียกแกร็บไปโรงแรม

💚การเดินทางในโฮจิมินห์เราจะเดิน กับใช้แกร็บเป็นหลักเลยค่ะ (ตัดบัตรYoutrip) เรียกง่าย ตามห้างคือจะมีจุดจอดรับ-ส่งโดยเฉพาะเลย

⭐️⛅️เวลาเดินข้ามถนนอาจจะยากหน่อย เพราะบางแยกสัญญาณไฟ เป็นไฟแดงก็จริงแต่มอเตอร์ไซค์สามารถวิ่งได้ เห็นไฟคนข้ามถนนเป็นสีเขียวแต่มอเตอร์ไซค์ก็ยังขับไปได้ เวลามองซ้ายขวาถนนก็อาจจะสับสนนิดหน่อยเพราะเวียดนามจะขับรถพวกมาลัยซ้ายขับเลนขวา แต่โดยรวมก็ท้าทายดีค่ะ 😄👍🏼

#โฮจิมินห์ #มุยเน่ #เวียดนาม #เที่ยว #เที่ยวด้วยตัวเอง

5/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์เดินทางครั้งนี้ การไปเวียดนามแบบไม่จองล่วงหน้าทำให้เราต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนหลายอย่าง แต่กลับกลายเป็นความท้าทายที่สนุกและทำให้เราเรียนรู้วิธีปรับตัวในการเดินทางอย่างแท้จริง เรื่องแรกที่สำคัญมากคือการเลือกใช้บริการเรียกรถแกร็บ (Grab) ที่ช่วยให้การเดินทางในโฮจิมินห์สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการไปยังจุดขึ้นรถบัส Nam Hải Limousine ที่ตั้งอยู่ในตัวเมือง ซึ่งเมื่อออกจากสนามบินให้เดินข้ามถนนใหญ่สองเลนไปจะเจอฝูงชนและพนักงานสวมเสื้อแกร็บอยู่ตรงนั้นอย่างชัดเจน เป็นจุดนัดพบที่ปลอดภัย เพียงแต่ต้องตรวจสอบป้ายทะเบียนรถก่อนขึ้นเพื่อป้องกันการถูกโกง นอกจากนี้ห้ามขึ้นรถบัสตรงหน้าประตูสนามบินเด็ดขาด รถบัสของ Nam Hải Limousine มีหลายแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นธรรมดา VIP หรือแบบนอน ราคาตั้งแต่ 200,000 ดองสำหรับธรรมดา การนั่งรถบัสสะอาดและนั่งสบายมากกว่าที่คิด ที่สำคัญต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้นรถ ทำให้รู้สึกสะอาดและรักษาความเรียบร้อย เป็นการเดินทางที่เหมาะกับคนชอบความสะดวกและไม่รีบร้อน ช่วงขากลับ การจองผ่านโรงแรม Meraki Oasis ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องตั๋วและการรับส่ง ถึงแม้ว่ารถบัสจะไม่ได้ไปส่งถึงหน้าที่พักโดยตรง แต่ก็มีรถตู้ที่จะพาไปส่งยังจุดที่โรงแรมแนะนำ ถือเป็นระบบเชื่อมต่อที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำและอธิบาย ทำให้ไม่รู้สึกสับสนมากนัก สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางด้วยตัวเองในเวียดนาม ขอแนะนำให้เปิดแผนที่ (แอปแมพ) ตลอดเวลาเพื่อคอยเช็คตำแหน่งและเตรียมตัวก่อนถึงจุดหมาย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเปลี่ยนรถหรือเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน นอกจากนี้ ในโฮจิมินห์การข้ามถนนเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่พอสมควร เพราะบางจุดสัญญาณไฟคนข้ามก็อาจแสดงไฟเขียว แต่รถมอเตอร์ไซค์ยังเคลื่อนผ่านตลอด ดังนั้นต้องมีความระมัดระวังและใจเย็นในการข้ามถนน และเตรียมพร้อมรับมือกับวิถีการขับรถของคนเวียดนามที่ใช้พวงมาลัยซ้าย แต่ขับเลนขวา ซึ่งต่างจากประเทศไทย สรุปว่าการเดินทางโฮจิมินห์-มุยเน่แบบไม่จองล่วงหน้าแม้จะมีความไม่แน่นอนบ้าง แต่ก็สามารถจัดการได้ด้วยการวางแผนเล็กน้อย และการใช้แอปเรียกรถที่สะดวก รู้จักจุดขึ้นรถที่ชัดเจน รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างใจเย็น ซึ่งทำให้ทริปนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำมาก