บทความ โดย คุณทัพพ์เทพ จาตุพรพิพัฒน์ทำไมหลายคนรวยตอนทำงาน...แต่จนตอนเกษียณหลายคนใช้เวลาทั้งชีวิต
บทความ โดย คุณทัพพ์เทพ จาตุพรพิพัฒน์
ทำไมหลายคนรวยตอนทำงาน...แต่จนตอนเกษียณ
หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างความสำเร็จ
มีรายได้หลักแสน หลักล้านต่อเดือน
มีบ้านหลังใหญ่
มีรถหรู
มีตำแหน่งหน้าที่การ งานที่น่าอิจฉา
มีธุรกิจที่สร้างรายได้ดี
มีผู้คนยอมรับในสังคม
เมื่อมองจากภายนอก...
เขาคือ "คนรวย"
แต่เมื่อถึงวันเกษียณ หลายคนกลับค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่า
แม้จะมีทรัพย์สินมากมาย
แต่กลับไม่มีเงินเพียงพอที่จะดูแลชีวิตของตนเองไปจนวันสุดท้าย
บางคนต้องขายทรัพย์สิน
บางคนต้องลดคุณภาพชีวิต
บางคนต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง
และบางคนต้องพึ่งพาลูกหลาน ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนที่หาเงินเก่งมาก
เพราะความจริงข้อหนึ่งของชีวิตคือ
"รายได้สูง ไม่ได้แปลว่ามั่งคั่ง"
แต่...
"การมีระบบที่ทำให้เงินทำงานแทนเราได้ตลอดชีวิต ต่างหากคือความมั่งคั่งที่แท้จริง"
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
คนส่วนใหญ่สร้างรายได้
แต่ไม่เคยสร้างระบบรายได้
ในช่วงวัยทำงาน
เงินเดือนเข้า
โบนัสเข้า
ค่าคอมมิชชั่นเข้า
กำไรจากธุรกิจเข้า
ทุกอย่างดูดี
แต่ไม่มีใครถามตัวเองว่า...
"ถ้าวันหนึ่งฉันหยุดทำงาน รายได้จะเหลือเท่าไร?"
หลายคนตอบไม่ได้
เพราะรายได้ทั้งหมดมีเงื่อนไขเดียวคือ
"ต้องมีตัวเราอยู่"
เมื่อหยุดทำงาน
รายได้ก็หยุด
เมื่อสุขภาพไม่เอื้ออำนวย
รายได้ก็ลดลง
เมื่อเกษียณ
รายได้ประจำก็หายไป
แต่ค่าใช้จ่ายกลับไม่เคยเกษียณตามเรา
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ปัญหาของชีวิตไม่ใช่อายุยืน
แต่คือ...
อายุเงินสั้นกว่าอายุคน
คนอายุ 60 ปีในปัจจุบัน
มีโอกาสมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 85-95 ปี
นั่นหมายความว่า
คุณอาจต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก
20-35 ปี
โดยไม่มีรายได้ประจำ
แต่กลับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี
ค่าอาหาร
ค่าที่อยู่อาศัย
ค่าดูแลสุขภาพ
ค่ารักษาพยาบาล
ค่าผู้ดูแล
ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
และที่น่ากลัวที่สุดคือ
เงินเฟ้อ
เงิน 1 ล้านบาทในวันนี้
อีก 20 ปีข้างหน้า
อาจมีมูลค่าซื้อของได้เพียงครึ่งเด ียว
แต่คนส่วนใหญ่วางแผนเกษียณด้วยตัวเลขของวันนี้
แล้วหวังให้เงินก้อนเดิมสามารถดูแลชีวิตไปตลอดอนาคต
นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
หลายคนรวยตอนทำงาน
แต่จนตอนเกษียณ
เพราะมีทรัพย์สินที่กินเงิน
แต่ไม่มีสินทรัพย์ที่สร้างเงิน
มีบ้านหลายหลัง
แต่ไม่มีรายได้ประจำ
มีรถหลายคัน
แต่รถมีแต่ค่าใช้จ่าย
มีธุรกิจ
แต่ธุรกิจต้องมีเจ้าของทำงานทุกวัน
มีเงินฝาก
แต่ถูกเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าทุกปี
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราดูรวย
แต่ไม่ได้ทำให้เรามีอิสระทางการเงิน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ความ มั่งคั่งที่แท้จริง
ไม่ใช่การมีทรัพย์สินมากที่สุด
แต่คือ...
การมีอิสระในการใช้ชีวิต
แม้วันที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว
คุณสามารถใช้ชีวิตได้
โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดเมื่อไร
สามารถใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก
สามารถดูแลสุขภาพของตัวเอง
สามารถท่องเที่ยว
สามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ
เพราะมีระบบรายได้ที่ยังคงทำงานแทนเรา
นี่ต่างหาก...
คือความมั่งคั่งที่แท้จริง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
แล้ว ASSET DESIGN • LIFE TIME VALUE
สำคัญอย่างไร?
เพราะชีวิตของคนเรา
ไม่ได้มีปัญหาเพียงเรื่องเดียว
แต ่มีความเสี่ยงหลายมิติเกิดขึ้นพร้อมกัน
เสี่ยงเจ็บป่วย
เสี่ยงอายุยืน
เสี่ยงเงินเฟ้อ
เสี่ยงหยุดทำงานก่อนเวลา
เสี่ยงจากการสูญเสียรายได้
เสี่ยงที่คนที่เรารักจะขาดหลักประกัน
ดังนั้น...
การมีเงินเยอะเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ
เราจำเป็นต้องมี
ASSET DESIGN
การออกแบบให้ทรัพย์สินทุกบาท ทุกสินทรัพย์ ทุกเครื่องมือทางการเงิน มีหน้าที่ของมันอย่างชัดเจน
มีเงินสำรองยามฉุกเฉิน
มีเงินเพื่อดูแลสุขภาพ
มีเงินเพื่อการเกษียณ
มีเงินเพื่อสร้างกระแสรายได้
มีเงินเพื่อส่งต่อให้ครอบครัว
เพราะทรัพย์สินท ี่ดี
ไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุด
แต่คือทรัพย์สินที่สามารถแก้ปัญหาได้ครบทุกมิติของชีวิต
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
และนี่คือความหมายของ
LIFE TIME VALUE
การทำให้ทรัพย์สินมีคุณค่าในการดูแลเราไปตลอดทั้งชีวิต
ไม่ใช่ดูแลแค่วันนี้
แต่ดูแลตั้งแต่
วัยสร้างตัว
วัยสร้างครอบครัว
วัยเกษียณ
ไปจนถึงวันที่เราไม่อยู่แล้ว
และยังสามารถดูแลคนที่เรารักต่อไปได้
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ความมั่งคั่งที่แท้จริง
ไม่ใช่การมีเงินมากที่สุด
แต่คือ...
การมีระบบทางการเงินที่ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่า
"เงินจะหมดก่อนชีวิต"
เพราะวันหนึ่ง
ตำแหน่งจะหายไป
ธุรกิจอาจเปลี่ยนแปลง
สุขภาพอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม
แต่หากเราออกแบบสินทรัพย์ได้อย่างถูกต้อง
ทรัพย์สินเหล่านั้นจะยังคงทำงานแทนเรา
ดูแลเรา
ดูแลครอบครัว
และสร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง
นั่นคือหัวใจของ
ASSET DESIGN • LIFE TIME VALUE
"การออกแบบสินทรัพย์ เพื่อแก้ปัญหาทุกมิติของชีวิต และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับตัวเราและคนที่เรารัก...ตลอดทั้งชีวิต"
เพราะท้ายที่สุดแล้ว...
เราไม่ได้กลัวความแก่
เราไม่ได้กลัวการเกษียณ
แต่เรากลัวว่า...
วันหนึ่งเราจะยังมีชีวิตอยู่
แต่เงินกลับหมดก่อนเรา
จากประสบการณ์ของผมเองและผู้คนรอบตัว ผมพบว่าเรื่องของการวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณเป็นสิ่งที่มักถูกมองข้ามมากที่สุด แม้ว่าจะมีรายได้หลักแสนหลักล้าน มีทรัพย์สินทั้งบ้านและรถ แต่หลายครั้งที่เมื่อถึงวันเกษียณกลับพบว่าเงินไม่พอใช้และต้องกลับไปทำงานใหม่หรือพึ่งพิงลูกหลาน สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ รายได้ที่เกิดจากการทำงานนั้นเป็นรายได้ที่มีเงื่อนไขว่าต้องมีตัวเราทำงานอยู่เสมอ ถ้าวันที่เราหยุดทำงาน รายได้เหล่านั้นก็หายไปทันที เพราะฉะนั้นการสร้างระบบให้เงินทำงานแทนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกิดความมั่งคั่งที่แท้จริง หนึ่งในวิธีที่ช่วยได้คือ "การออกแบบสินทรัพย์" (Asset Design) คือการจัดสรรทรัพย์สินของเราอย่างมีแบบแผนให้แต่ละส่วนช่วยสร้างรายได้และรองรับความเสี่ยงในชีวิต เช่น มีเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน แผนสำรองสำหรับดูแลสุขภาพ และการลงทุนเพื่อสร้างกระแสรายได้ตลอดชีวิต ทั้งนี้ต้องมองให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่วัยสร้างตัว วัยสร้างครอบครัว จนถึงวัยเกษียณ นอกจากนี้ "Life Time Value" หรือมูลค่าที่สินทรัพย์สามารถดูแลเราไปตลอดชีวิต ก็เป็นแนวคิดที่สำคัญ ต้องมั่นใจว่าสินทรัพย์ที่เรามีสามารถใช้งานได้จริงในการดูแลชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทำให้ต้องขายทรัพย์สินตามมา ในโลกปัจจุบันที่ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นทุกปี เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ เพราะเงินที่เก็บไว้หรือแม้แต่เงินฝากธนาคาร หากไม่ได้ลงทุนอย่างเหมาะสม อาจสูญเสียมูลค่าจนใช้อุปโภคบริโภคได้น้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป ผมเองแนะนำว่าการเริ่มต้นวางแผนการเงินและออกแบบสินทรัพย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ใช้โอกาสในช่วงวัยทำงานสร้างรายได้และลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้แบบถาวร เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หุ้นปันผล หรือธุรกิจที่ไม่ต้องลงแรงเองมากเกินไป เพื่อให้รายได้เหล่านี้ยังคงไหลเข้ามาเมื่อวัยเกษียณแล้ว ท้ายที่สุด ความมั่งคั่งที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เพียงแค่มีเงินมากที่สุด แต่เป็น "อิสรภาพทางการเงิน" ที่ช่วยให้เราไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดก่อนชีวิตหมด และสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการโดยไม่ต้องพึ่งพิงใครในช่วงวัยเกษียณ