🚨 When the scammer problem ate "Malaysia" and "the Philippines,"
🚨 When the Scammer Bites "Malaysia" and "Philippines" | When Cyber Scam Operations Ravage Malaysia and the Philippines [English caption below]
.
👉 Watch now: www.youtube.com/watch?v=E6zJTV6xxro
.
The "Scammers" problem has been one of ASEAN's biggest problems in the last few years - especially in Thailand, Cambodia and Mianma. But what are the online frauds in other ASEAN countries like "Malaysia" and "Philippines"? What can ASEAN Media do to deal with this? Talk to the media from these two countries participating in the Thai PBS Journalist Fellowship Program 2025 between October and November 2025.
.
Cyber scam operations have been increasingly alarming over the past few years. While Thailand, Cambodia and Myanmar are considered the "origins" of fraud centers or human trafficking, how menacing these threats are in Malaysia and the Philippines. And in what ways can the media in ASEAN help tackle such problems? Thai PBS discusses these issues with Malaysian and Filipino journalists from the Thai PBS Journalist Fellowship Program 2025.
.
📰 Read "When Cyber Scam Operations Ravage ASEAN | When the" Scammer "problem bites ASEAN" at: www.thaipbs.or.th/now/content/3365
.
คำว่า “สแกมเมอร์” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแทบกลายเป็นคำที่ทุกคนในอาเซียนคุ้นหู เพราะมันไม่ได้เป็นแค่การหลอกให้โอนเงินธรรมดา แต่โยงไปถึงอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการบังคับทำงานใน “ศูนย์สแกม” ด้วย พอได้ตามประเด็นจากฝั่งมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ทำให้เห็นภาพว่าปัญหานี้ไม่ได้กระจุกแค่บางประเทศ แต่กระจายเป็นเครือข่ายข้ามพรมแดนจริงๆ จากมุมที่ได้ฟัง/อ่านมา สิ่งที่น่ากลัวคือเหยื่อไม่ได้มีแค่ “คนไม่รู้เทคโนโลยี” อย่างที่หลายคนคิด ในมาเลเซียมีกรณีคนธรรมดา รวมถึงผู้สูงอายุที่เสียเงินเก็บหรือเงินบำนาญ เพราะถูกหลอกด้วยวิธีที่แนบเนียนขึ้น เช่น โทรอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ/ธนาคาร หลอกให้กดลิงก์ ส่ง OTP หรือให้ติดตั้งแอปควบคุมเครื่อง ส่วนฟิลิปปินส์จะมีมิติของแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (OFWs) ที่ถูกล่อไปทำงานดี รายได้สูง แต่สุดท้ายถูกกักในสถานที่ทำสแกม—อันนี้สะท้อนว่าคำว่า “สแกมเมอร์” บางครั้งปลายทางคือขบวนการบังคับคนไปเป็นผู้หลอกคนอื่นอีกที ถ้าให้สรุปแบบคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปอย่างเราๆ สิ่งที่ควรเช็กก่อนเชื่อ/ก่อนโอน มีไม่กี่ข้อแต่ช่วยได้มาก 1) หยุด 30 วินาที: สแกมเมอร์มักเร่งให้ตัดสินใจทันที เช่น “บัญชีจะโดนอายัด” “พัสดุตีกลับ” “ต้องจ่ายตอนนี้” ถ้าเขารีบมาก ให้เรายิ่งต้องช้า 2) อย่ากดลิงก์จากแชต/ SMS ที่ไม่แน่ใจ: ถ้าจำเป็นต้องทำธุรกรรม ให้เข้าแอป/เว็บทางการด้วยตัวเอง 3) OTP/รหัสผ่าน/รหัสยืนยันตัวตน ห้ามให้ใคร: ต่อให้บอกว่าเป็นธนาคารหรือเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ควรให้ 4) ตรวจชื่อบัญชี/ปลายทางก่อนโอน: ถ้าชื่อไม่ตรง หรือให้โอนหลายทอด/โอนเข้าบัญชีบุคคล ให้สงสัยไว้ก่อน 5) เก็บหลักฐานทันที: สลิป แชต เบอร์โทร ลิงก์ วันเวลา—เวลาต้องแจ้งธนาคาร/แจ้งความ หลักฐานช่วยมาก อีกมุมที่คิดว่าสำคัญและคนมองข้าม คือบทบาทของ “สื่อ” ในการรับมือสแกมเมอร์ นอกจากทำข่าวเตือนภัย สื่อยังช่วยได้ด้วยการอธิบาย “แพตเทิร์นการหลอก” แบบเข้าใจง่าย อัปเดตกลโกงใหม่ๆ และทำคอนเทนต์ที่คนแชร์ต่อได้ (โดยไม่ทำให้เหยื่อรู้สึกอาย) รวมถึงเชื่อมข้อมูลข้ามประเทศ เพราะเครือข่ายสแกมเมอร์ไม่ได้หยุดที่ชายแดนอยู่แล้ว สุดท้าย ถ้าใครสงสัยว่าตัวเองกำลังคุยกับสแกมเมอร์ ให้ใช้กติกาง่ายๆ คือ “ไม่รีบ ไม่ลับ ไม่โอน” แล้วค่อยตรวจสอบจากช่องทางทางการก่อนเสมอ—กันไว้ดีกว่าแก้จริงๆ