งานวิจัยเผย ยา ‘daraxonrasib’ อาจช่วยยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน !

💊 มะเร็งตับอ่อน มักตรวจพบได้ยากในระยะแรก ๆ ของโรค จนทำให้รับมือไม่ทันท่วงที แต่ยาที่ชื่อว่า ‘daraxonrasib’ (อ่านว่า ดาราซอนราสิบ) อาจเป็นความหวังใหม่ในการยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน

.

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 69 มีการแพร่งานวิจัยชิ้นหนึ่งบนวารสาร The New England Journal of Medicine งานวิจัยนี้ระบุถึงผลการทดลองระยะที่ 3 ในการใช้ยา daraxonrasib ในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม 500 คนจากทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับยา daraxonrasib เป็นประจำทุกวัน มีอัตราเวลาชีวิตเฉลี่ย (average survival time) อยู่ที่ 13.2 เดือน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับเคมีบำบัดนั้นมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 6.6 เดือน แม้ยา daraxonrasib จะไม่สามารถ “รักษา” ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนให้ “หายจากโรค” ได้ แต่ช่วยชะลอการแพร่กระจายของยีน KRAS กลายพันธุ์ ซึ่งอยู่ในเนื้องอกและการกระจายเชื้อมะเร็งกว่าร้อยละ 90

.

📌 อ่านรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ได้ที่: www.thaipbs.or.th/now/content/4046

.

🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech #Science #มะเร็ง #มะเร็งตับอ่อน #สุขภาพ #ข่าววันนี้

6/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่มีคนรู้จักผ่านการรักษามะเร็งตับอ่อน การได้รับยาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อภาวะโรคนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมะเร็งตับอ่อนมักถูกค้นพบช้าและมีอัตราการรอดชีวิตที่ต่ำมาก ยา daraxonrasib ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อควบคุมยีน KRAS ที่มีการกลายพันธุ์สูงในผู้ป่วยโรคนี้ จึงถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นในการรักษา ตัวเลขการทดลองระยะที่ 3 ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา daraxonrasib สามารถมีชีวิตอยู่เฉลี่ยได้ถึง 13.2 เดือน เมื่อเทียบกับคนที่ได้รับเคมีบำบัดแบบเดิม ๆ ที่มีชีวิตอยู่ได้เฉลี่ย 6.6 เดือนนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความหวังให้กับผู้ป่วยและคนใกล้ชิดมากว่ามีโอกาสที่จะต่อสู้กับโรคร้ายนี้ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ daraxonrasib จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การชะลอการขยายตัวของมะเร็งทำให้สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตและเวลาในการใช้ชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีความหมาย นี่จึงเป็นทางเลือกใหม่ในวิธีการรักษามะเร็งตับอ่อน ที่น่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาในอนาคต ท้ายที่สุด การพบแพทย์และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมที่สุด