ลงทุนก็อยากได้ผลตอบแทนสูง…แต่ประกันก็จำเป็นต้องมี แล้วสัดส่วนที่เหมาะสมคือเท่าไหร่กันแน่? 💡

มาฟังคำแนะนำจาก พี่ก้อย – วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

อดีตนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย และที่ปรึกษากรรมการสมาคมฯ

หนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิด “การวางแผนการเงิน” ในประเทศไทยยุคแรกเริ่ม

กับมุมมองที่ทำให้คุณเข้าใจว่า “ความมั่งคั่งที่แท้จริง” ไม่ใช่แค่การลงทุนให้โต…แต่คือต้องปกป้องมันให้รอดด้วย 🛡️📈

#การลงทุน #ประกันชีวิต #วางแผนการเงิน #ThaiPFA #CFP

2025/10/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงการจัดสัดส่วนระหว่างการลงทุนและประกันชีวิต หลายคนอาจสงสัยว่าควรแบ่งเงินอย่างไรเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี และในขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงทางการเงินที่ครอบคลุมในกรณีฉุกเฉินหรือเหตุไม่คาดฝัน ตามคำแนะนำจาก ThaiPFA หนึ่งในแนวทางพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงคือ ต้องให้ความสำคัญกับการประกันชีวิตเพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงของชีวิตและทรัพย์สิน โดยสัดส่วนประกันชีวิตควรครอบคลุมค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการคุ้มครองรายได้หลักที่อาจสูญเสียไป หากไม่มีประกันชีวิตที่เหมาะสม อาจทำให้ความมั่งคั่งที่คุณลงทุนและสร้างมาสูญเสียไปได้ ในส่วนของการลงทุน ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เช่น การลงทุนในกองทุนรวม หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เติบโตตามช่วงเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนเหล่านี้มีความเสี่ยง ดังนั้นการมีประกันชีวิตในสัดส่วนที่เพียงพอจะช่วยลดความกังวลและเสริมความมั่นคงให้กับแผนการเงินโดยรวม การจัดสัดส่วนอย่างเหมาะสมระหว่าง "ลงทุน-ประกัน" ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ รายได้ ภาระหน้าที่ และความจำเป็นทางการเงินอื่นๆ จึงควรได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบและอาจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่มีใบรับรอง CFP (Certified Financial Planner) ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงตรงกับความต้องการของตัวเอง ท้ายที่สุด การรักษาสมดุลของการลงทุนและประกันชีวิตไม่เพียงแต่ช่วยสร้างและเพิ่มความมั่งคั่ง แต่ยังปกป้องความมั่งคั่งนั้นให้รอดพ้นจากความเสี่ยงในอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งตรงกับแนวคิดที่ พี่ก้อย – วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ชี้ให้เห็นว่า ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่ได้จากการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือการสามารถปกป้องและรักษาความมั่งคั่งนั้นให้อยู่กับเราตลอดไป