คุณจำเงินเดือนเดือนแรกได้ไหมครับ?

เงินเดือนเดือนแรก อาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิต

แต่ “นิสัยการใช้เงินเดือนแรก” อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตการเงินเรา

จำเงินเดือนเดือนแรกได้ไหมครับ?

บางคนเอาไปเลี้ยงพ่อแม่

บางคนซื้อโทรศัพท์ใหม่

บางคนพาตัวเองไปกินของดี ๆ

บางคนบอกว่า

“ทำงานมาเหนื่อยทั้งเดือน ขอให้รางวัลตัวเองหน่อย”

ไม่ผิดเลยครับ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราใช้เงินเดือนแรกกับอะไร

แต่อยู่ที่ว่า หลังจากนั้นเราใช้ทุกเดือนเหมือนเป็น “เดือนแรก” ไปอีกกี่ปี

Admin ได้ไปฟัง คุณสกาว สำราญคง CFP® กรรมการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย และผู้บริหารกรุงเทพประกันชีวิต พูดในรายการ ThaiPFA Talk on LIVE ในหัวข้อ

“วางแผนการเงินสำหรับพนักงานออฟฟิศ โดยเฉพาะ First Jobber”

แล้วมีเรื่องหนึ่งที่โดนใจมาก

เพราะจริง ๆ แล้ว พอเราเริ่มทำงาน เราถูกโยนเข้าสู่โลกการเงินจริงทันที

เงินเดือน

ภาษี

ประกันสังคม

บัตรเครดิต

ผ่อนรถ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ประกัน

ลงทุน

หนี้

เกษียณ

แต่เรื่องพวกนี้กลับไม่มีวิชาบังคับที่ทุกคนต้องเรียนก่อนเริ่มใช้เงินจริง

เราเลยต้องเรียนจากชีวิตจริง

และบางคนก็เสีย “ค่าเทอม” แพงมาก

ค่าเทอมบางคนคือดอกเบี้ยบัตรเครดิต

บางคนคือซื้อรถเกินกำลัง

บางคนคือไม่มีเงินสำรองตอนตกงาน

บางคนคืออายุ 40 แล้วเพิ่งรู้ว่าไม่เคยออมเพื่อเกษียณเลย

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เงินเดือนเดือนแรกสำคัญ

ไม่ใช่เพราะจำนวนเงิน

แต่เพราะมันเป็นเดือนแรกที่เราเริ่มสร้าง “ระบบ” ให้ชีวิตตัวเอง

ถ้าเงินเข้าแล้วใช้หมดทุกครั้ง

เรากำลังฝึกตัวเองให้ใช้หมด

ถ้าเงินเข้าแล้วกันออมก่อน

แม้แค่ 5% หรือ 10%

เรากำลังฝึกตัวเองว่า

อนาคตของเรา ต้องได้ส่วนแบ่งจากเงินเดือนวันนี้ด้วย

First Jobber ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนเก่งครับ

ยังไม่ต้องรู้ว่าหุ้นตัวไหนดีที่สุด

ไม่ต้องรีบตามคริปโต

ไม่ต้องมีพอร์ตสิบสินทรัพย์

เริ่มแค่สามเรื่องก็ยังดี

หนึ่ง ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้

ฟังง่ายที่สุด

แต่เป็นวิชาที่ยากที่สุดในชีวิตจริง

เพราะรายได้ขึ้นเมื่อไร Lifestyle มักวิ่งตามเร็วกว่าเสมอ

เงินเดือน 20,000

เราบอกว่า ถ้าได้ 30,000 จะเริ่มเก็บ

พอได้ 30,000

ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมเงินยังไม่พอเหมือนเดิม

นี่เรียกว่า

เงินเดือนขึ้น แต่ชีวิตขึ้นตามจนเงินเก็บยืนอยู่ที่เดิม

สอง สร้างเงินสำรองก่อนสร้างภาพลักษณ์

โทรศัพท์ใหม่ซื้อได้

เที่ยวได้

กินดีได้

แต่ควรมีเงินสำรองสำหรับวันที่ชีวิตไม่ทำตามแผนด้วย

เพราะ First Jobber หลายคนรู้สึกว่า

“ยังเด็ก ยังมีเวลา”

จริงครับ

แต่เวลาไม่ได้ช่วย ถ้าวันนี้เราไม่มีเงินพอรับมือกับเรื่องที่เกิดพรุ่งนี้

สาม เริ่มออมเพื่ออนาคตตั้งแต่ยังรู้สึกว่าเกษียณไกลมาก

ข้อได้เปรียบที่คนอายุ 23 มีเหนือคนอายุ 43

ไม่ใช่เงินเดือน

แต่คือ เวลา

และเวลาคือสิ่งเดียวที่พอผ่านไปแล้ว ซื้อกลับไม่ได้

นี่แหละครับที่น่าเสียดาย

เราใช้เวลาเรียนเพื่อหาเงินเกือบ 20 ปี

แต่พอหาเงินได้จริง

กลับไม่มีใครสอนอย่างจริงจังว่า

ต้องแบ่งยังไง

ออมเท่าไร

ใช้บัตรเครดิตยังไง

มีประกันแค่ไหน

ลงทุนเมื่อไร

หรือวางแผนเกษียณตั้งแต่เมื่อไร

สุดท้ายเราเลยต้องเรียนไป

จ่ายไป

พลาดไป

แล้วค่อยเก่งขึ้น

แต่ข่าวดีคือ

ต่อให้วันนี้ไม่ใช่เงินเดือนเดือนแรกแล้ว ก็ยังเริ่มใหม่ได้ครับ

เงินเดือนเดือนแรกอาจผ่านไปนานแล้ว

แต่ “นิสัยการเงินเดือนแรกของชีวิตใหม่” เริ่มได้ทุกเดือน

เดือนนี้กันออมก่อน 10%

เดือนนี้หยุดสร้างหนี้เพิ่ม

เดือนนี้เริ่มดูสวัสดิการบริษัท

เดือนนี้เปิดดู PVD

เดือนนี้เริ่มจดว่าเงินจริง ๆ หายไปไหน

ไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน

แค่ดีขึ้นจากเดือนก่อนก็พอ

เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการทำงาน

ไม่ควรเป็นว่า

เราต้องทำงานหาเงินไปจนหมดแรง

แต่น่าจะเป็นวันที่

เงินที่เราเคยหา

ค่อย ๆ เริ่มช่วยทำงานกลับมาให้เราบ้าง

เงินเดือนเดือนแรกอาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิตทันที

แต่สิ่งที่เราทำกับมัน

อาจกำหนดว่าอีก 30 ปีข้างหน้า

เราจะยังต้องวิ่งตามเงินอยู่

หรือเงินจะเริ่มวิ่งตามเรา

ThaiPFA อยากให้ First Jobber ทุกคนไม่กดดันตัวเองว่าต้องเก่งเรื่องเงินตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มออม เริ่มรู้จักสิทธิ และค่อย ๆ สร้างนิสัยการเงินที่ดี วันนี้ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีมากแล้วครับ

— ด้วยความห่วงใยจาก ThaiPFA

#FirstJobber #เงินเดือนเดือนแรก #วางแผนการเงิน #เริ่มงานเริ่มออม #ThaiPFA

8/30 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อตอนเริ่มทำงานเงินเดือนแรก ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างมาก เพราะเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดการกับการเงินของตัวเอง ถึงแม้ว่าจำนวนเงินอาจไม่มากนัก แต่ถ้ารู้จักนิสัยการใช้เงินที่ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยปูพื้นฐานการเงินที่มั่นคงในอนาคตได้ดีกว่าการใช้จ่ายโดยไม่มีการวางแผน สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการจัดการเงินเดือนแรกคือการแยกเงินเก็บออกไปก่อนใช้จ่าย แม้จะเป็นแค่ 5-10% ของเงินเดือน ก็ช่วยฝึกนิสัยให้หนักแน่นและไม่ใช้จ่ายเกินตัว นอกจากนี้ผมยังให้ความสำคัญกับการมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อนจะซื้อของฟุ่มเฟือยอย่างโทรศัพท์หรือไปเที่ยว นี่เป็นการสร้างความปลอดภัยทางการเงินในระยะยาว ในช่วงเริ่มต้นการเรียนรู้เรื่องภาษี ประกันสังคม หรือบัตรเครดิต อาจดูสับสน แต่แนะนำให้ค่อยๆ ศึกษาอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ที่ไม่จำเป็นหรือเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจ่าย เช่น ดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูง ๆ ที่บางครั้งเราอาจไม่ทันระวัง สิ่งสำคัญคืออย่ากดดันตัวเองว่าต้องเก่งที่สุดในช่วงแรก แค่มีความตั้งใจในการออมและวางแผนเล็กๆ น้อยๆ ทุกเดือนก็ก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีเวลาสะสมและลดความเสี่ยงในอนาคต เช่น การเริ่มเตรียมตัวเกษียณตั้งแต่ยังอายุน้อยจะได้รับประโยชน์จากเวลาที่มากกว่าคนที่เริ่มช้า จำไว้ว่า "นิสัยการใช้เงินเดือนแรก" ไม่ใช่แค่เรื่องของเดือนแรก แต่คือการฝึกฝนระบบการเงินที่เราจะใช้ตลอดชีวิต งานที่เราทำไม่ควรเป็นแค่การวิ่งหาเงิน แต่ควรให้เงินที่หาได้ช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงกลับมาให้เราในอนาคต